2009/Nov/07

คุณสามารถอ่าน fiction ความจริงในความฝัน-สิ่งที่อยู่ต่อจากความเป็นจริง(1) ได้ที่นี่

คุณสามารถอ่าน fiction ความจริงในความฝัน-สิ่งที่อยู่ต่อจากความเป็นจริง(2) ได้ที่นี่

คุณสามารถอ่าน fiction ความจริงในความฝัน-สิ่งที่อยู่ต่อจากความเป็นจริง(3) ได้ที่นี่

คุณสามารถอ่าน fiction ความจริงในความฝัน-ดำเนินต่อไปหลังความฝันจบลง(1.1) ได้ที่นี่

คุณสามารถอ่าน fiction ความจริงในความฝัน-ดำเนินต่อไปหลังความฝันจบลง(1.2) ได้ที่นี่

.

.

.

.

.

.

. 

.

.

“หากว่าฉันกล่าวคำขอโทษตอนนี้...เธอจะยกโทษให้ฉันไหม?”

.
.
.

.

.

.

.

.

.
.
......ฉันถามคำถามนี้กับตัวเองที่จนตรอกหนทาง ความมืดที่นี่ทำให้ฉันรู้สึกหวาดกลัว ฉันไม่รู้ว่าฉันอยู่ที่ใดแล้วทำไมถึงมาอยู่ที่นี้ คงมีใครสักคนจับฉันมาขังไว้เป็นแน่ ฉันย้อนนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้แต่นึกยังไงก็ไม่สามารถหาเหตุผลที่ทำให้ฉันมาอยู่ที่นี้ได้ ฉันทำผิดอะไรกันแน่...ถึงได้ถูกคุมขังไว้แบบนี้

.

.

.

.

.

.

.

.

หากย้อนไปถึงความผิดที่เคยก่อไว้ในอดีต ไม่ว่าใครก็คงต้องเคยมีความผิดที่ไม่สมารถย้อนกลับไปแก้ไขได้กันทั้งนั้น แต่หากไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้ เราจะไปห่วงกังวลกับสิ่งนั้นอีกทำไม คำตอบก็คือเพราะไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้นั้นแหละ เลยยังทำให้รู้สึกผิดจนถึงทุกวันนี้ เพราะไม่ว่ายังไงก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้อีกแล้ว เหมือนแก้วที่แตกแล้วไม่สามารถนำมาประกอบใหม่ได้อีกฉันใดความผิดพลาดในครั้งก่อนไม่อาจลบเลือนได้ก็ฉันนั้น...........

.

.


.
.

-เห็นว่ามีวินรถคว่ำตายไปเมื่อสองสามวันก่อน-

ลุงวิ่งรถมอเตอร์ไซด์ในหมู่บ้านพูดแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ

“ว่าอะไรนะคะ” ฉันถามแกเพราะสงสัยในประโยคเมื่อครู่

“ก็ตาโยวินเบอร์ 94 ซอยเราไง เห็นว่ารถคว่ำตายไปแล้ว” ลุงตอบฉันเสียงดังฟังชัด

ฉันนิ่งเงียบจนถึงบ้าน ลงจากรถมองไปที่หัวสะพารถข้ามคลองซึ่งอยู่เลยบ้านฉันไปเพียงนิดเดียว ทุกวันฉันจะเห็นภาพวินมอเตอร์ไซด์ 3-4 คนจอดรอผู้โดยสาร ตาโยคือหนึ่งในวินมอเตอร์ไซด์ที่มักจะจอดรถรอผู้โดยสารอยู่บริเวณนั้น ใต้ต้นมะขามต้นใหญ่มักมีเสียงเอะอะโวยวายของแกที่คอยติเตียนเด็กๆที่ขี่จักรยานไปมาบนท้องถนนอย่างไม่ระมัดระวังเสมอ แกมักเป็นคนที่เสียงดังที่สุดบางครั้งก็ดังเกินไปจนรู้สึกรำคาญ ฉันไม่เคยคุยกับแกตรงๆจะว่าไปก็ไม่เชิงไม่เคยคุยกันการสนทนาครั้งสุดท้ายของฉันกับแกคือตอนที่ฉันโดยสารรถของแกไปหน้าปากซอย แกหัวเสียกับสุนัขจรจัดที่นอนขวางอยู่กลางท้องถนนไม่ยอมลุกให้รถแกผ่านไป ฉันเสนอให้แกอ้อมรถไปหน่อยแต่แกตะคอกกลับใส่ฉันว่า “ไอ้หมาพวกนี้ ต้องสั่งสอนให้มันรู้บ้าง แบบนี้หลายทีแล้ว” ว่าแล้วแกก็ยื่นเท้าไปเตะสุนัขจรจัดตัวนั้นจนต้องวิ่งหางจุกตูดหนีไป

..........นั้นคือครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่แกพูดคุยกับฉันตรงๆ จากนี้ไปคงไม่ได้ยินเสียงดังๆของแกอีก ไม่ได้เห็นแกอยู่ใต้ต้นมะขามต้นใหญ่ต้นนั้นอีกแล้ว

.
.

 

.
.
ตึง!!

.
.
.
.
.........เสียงดังคล้ายสิ่งของขนาดใหญ่ดังอยู่ข้างนอกบริเวณที่ฉันอยู่ ความหวาดกลัวเข้าจู่โจมฉันในความมืดอีกครั้ง ฉันตื่นขึ้นจากผวังพยายามขยับตัวให้ออกห่างจากบริเวณนั้นแต่ก็ไร้ผล แขนขาของฉันถูกมัดไว้อย่างแน่นหนา ปากของฉันก็ถูกปิดไว้ไม่สามารถแม้แต่จะส่งเสียงขอความช่วยเหลือออกไป ภาพของตาโยวินมอเตอร์ไซด์หลุดเข้ามาในหัวของฉันอีกครั้ง ภาพของแกตอนนอนสลบอยู่กลางถนนเพียงเดียวดายในยามค่ำคืน สุนัขจรจัดเข้ามาวนเวียนอยู่รอบๆตัวแก พวกมันดมที่ตัวแกสักพักจากนั้นก็เห่าหอนเหมือนกับจะเรียกพรรคพวกให้ออกมารวมกัน ณ บริเวณนั้น .......

.

.
.
.

ตึง!!

.
.
.

.

...........เสียงดังสนั่นขึ้นอีกครั้งเหมือนเร่งรัดให้ฉันรู้สึกตื่นกลัวอีกครั้ง นี่คงเป็นผลกรรมที่ฉันเคยทำไว้กับตาโย แม้ว่าฉันจะไม่ได้ทำร้ายแกโดยตรง แต่การที่แกต้องเสียไปนั้นส่วนหนึ่งคงมาจากคำสาปแช่งของฉันที่พร่ำสวดทุกคืนวัน ตั้งแต่แรกแล้วฉันไม่เคยรู้สึกชอบแกเลยสักนิด ทั้งมารยาท ทั้งกริยาท่าทางที่หยาบกร้านมันทำให้ฉันรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่เห็น เสียงดังๆของแกทำให้ฉันไม่มีสมาธิทำกิจกรรมอย่างอื่น ฉันมักมองแกผ่านทางหน้าต่างพลางคิดว่าอยากให้แกหายไปไวๆสักที เคยแม้กระทั่งคิดจะทำลายแกด้วยวิธีต่างๆ แต่ด้วยความสัตย์จริง...ฉันไม่เคยคิดอยากให้แกตายจริงๆเลยสักครั้งเดียว ฉันเพียงแค่รำคาญแกเท่านั้นเอง ครั้งแรกที่รู้ข่าวเรื่องการตายของแก ฉันรู้ได้ทันทีว่ามันเกิดขึ้นเพราะตัวฉันเป็นต้นเหตุ ฉันอยากขอโทษแกจริงๆ หากรู้ว่าสิ่งที่ฉันทำมันทำให้เกิดการสูญเสียครั้งใหญ่ขึ้นฉันคงไม่ทำมัน แกคงต้องการแก้แค้นฉันเป็นแน่ นี่คงเป็นการลงโทษที่ฉันไปซี้ซั้วแช่งคนอื่นเป็นแน่ หรือไม่ก็เป็นฝันร้ายที่ทำให้เด็กผู้หญิงคนนี้ได้รู้จักความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นจาการคิดร้ายกับคนอื่น....ถ้าเป็นแบบนั้นก็คงเยี่ยมไปเลย เมื่อตื่นขึ้นมาฉันจะไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ตาโย ทีนี้ทุกอย่างคงจะจบลงได้ด้วยดี ฉันก็จะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติที่มีความสุขได้ ................

.

.

.

.

.

.

แด่เธอมาริจัง ไว้พบกันจริงๆเมื่อวันที่ 2.0 เข้าฉาย

สุขภาพแข็งแรงครับผม

.

Kokoro yo Genshi ni Modore (Naked Flower Version) : iravati (megumi hayashibara)