2008/Jul/03

 

 ภาพฉลองเปลี่ยนหัวบล๊อกใหม่

....สวัสดีครับยินดีต้อนรับเข้าสู่บล๊อกอันแสนวิเศษบล๊อกนี้อีกครั้งนะครับ ช่วงนี้สุขภาพปากผมเองไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่เพราะว่าเหงื่อกดันมาอักเสบแล้วเป็นส่วนไหนไม่เป็นดันเป็นใกล้ๆฟันกามด้านล่าง ทีนี้เวลาจะอ้าปากกินอะไรมันก็ลำบากพูดก็ยากแถมปวดมากๆอีกต่างหากปวดจนไม่อยากไปไหนไม่อยากทำอะไรเลย

.

....อาการปวดเหงื่อกนี้แม้จะทรมานเอาการอยู่แต่ก็ยังพอมีข้อดีอยู่บ้างนั้นคือมันทำให้ผมไม่ค่อยเจริญอาหารและข้อดีของการไม่เจริญอาหารก็คือน้ำหนักตัวของผมจึงไม่มีการเพิ่มโดยเด็ดขาด...พอมานั่งมองจากสาเหตุของอาการเหงื่อกอักเสบดังกล่าวอาจเพราะว่าก่อนหน้านี้ผมกินถั่วคั่วเยอะเกินไป เพราะว่าซื้อถั่วดิบมาเยอะครั้นจะไม่คั่วเก็บไว้ก็กลัวว่าราจะขึ้นมดจะกินพอทำทิ้งไว้ก็อดที่จะกินไม่ได้และเวลาที่เรากินถั่วเข้าไปแล้วมันมักจะหยุดไม่ได้ง่ายๆและถั่วก็เป็นของแข็งเคี้ยวเยอะๆไม่ดีสุดท้ายเหงื่อกจะอักเสบจนกินอะไรไม่ได้ในท้ายที่สุดเหมือนผมนั่นเอง

....

...

..

.

......พอพูดถึงเรื่องกินจนเกินผลเสียแล้วทำให้ผมรู้สึกว่าไม่ว่าจะยุคสมัยใดมนุษย์เราก็มักจะได้รับผลเสียจากการกินอยู่เสมอ นับแต่ครั้งยังไม่รู้ภาษามนุษย์ก็เริ่มที่จะกินและกินอยู่เรื่อยๆและแย่งชิงของกินกันอยู่อย่างสมำเสมอ เมื่อเวลาผ่านไปการกินของมนุษย์ก็ไม่ได้หยุดหย่อนแต่ก่อนจะกินทีต้องกินให้หมดไม่มีการเก็บไว้ เพราะว่ากลัวจะเสียของกินนั้นไปจึงคิดค้นวีธีการที่จะเก็บของกินนั้นไว้นานๆ และช่างเป็นโชคร้ายของโลกใบนี้ที่ดันทำให้มนุษย์มีสติปัญญาคิดอ่านสร้างสิ่งต่างๆได้เพราะด้วยสติปัญญานั้นๆทำให้มนุษย์เริ่มไม่พอใจกับการกินแบบที่เคยเป็น มนุษย์เริ่มคิดค้นสิ่งต่างๆเพื่อให้การกินของตนแปลกและแตกต่างขึ้น จนการกินนั้นไม่ได้เป็นการกินเพือให้อิ่มท้องอย่างที่เคยเป็นแต่เป็นการกินเพื่อที่จะลิ้มรสชาติ การกินเช่นนี้ถูกเรียกโดยบางคนว่า "การกินแบบตะกละ"

...

..

....เพื่อให้ได้รสชาติที่แตกต่างมากขึ้นไปอีกมนุษย์เริ่มกินสิ่งที่ไม่ควรกินเข้าไป บางสิ่งให้คุณประโยชน์บางสิ่งไม่ให้ซ้ำยังส่งผลร้ายกับผู้ที่กินอีกด้วย จนเมื่อผ่านไปหลายยุคสมัยความหมายของการกินก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆจนบางครั้งคำว่า "กิน" กลายเป็นความหมายในเชิงนามธรรมไปโดยปริยาย

.

....การกินในเชิงนามธรรมเป็นที่นิยมอย่างมากในชนชั้นปกครองมาแต่ยุคโบราณ "กิน" นี้คือการกินซึ่งอำนาจ ลาภยศ และชื่อเสียง เพราะหากกินเชิงนามธรรมได้เท่ากับว่าจะกินแบบรูปธรรมได้อย่างไม่สิ้นสุด ยิ่งการกินเชิงนามธรรมมั่นคงเท่าไหร่ กินแบบรูปธรรมก็จะมั่นคงเท่านั้น ในยุตสงครามชนชั้นล่างต้องทำงานอย่างหนักเพื่อให้ชนชั้นปกครองได้กินอย่างครบถ้วนโดยเขาเหล่านั้นอ้างแก่ชาวประชาว่าหากชนะศึกจะได้มีกินอย่างไม่ขาดและเมื่อสิ้นสงครามได้ชัยชนะ......

......

......

.

ไหนล่ะมีกินไม่ขาด...

...

..

.

......คำพูดดุจการฝายลมที่ไม่มีอะไรนอกจากลิ่นเหม็นนั้นถูกใช้มาจนถึงยุคสมัยนี้ เป็นข้อพิสูจน์ว่าผู้คนที่กินดีกินพิศดาลแค่ไหนก็ยิ่งฝายลมเก่งแค่นั้น เพียงแต่ในยุคนี้มีคนหลายคนที่อยากกินจนทำได้ทุกวิถีทาง บ้างอ้างสิทธิ์ บ้างอ้างหน้าที่ บ้างอ้างคุณธรรมและภักดี สุดท้ายแค่ฝายลม

....

...

..

.

....หากจะให้มนุษย์หยุดกินอย่างไม่รู้จักจบสิ้นคงต้องทำให้พวกเขาเหล่านั้นกินไม่ได้ เหมือนกับผมที่เหงือกอักเสบจนไม่สามารถกินได้อย่างตะกละอีก

.......

.....

....

...

..

..........

...............แต่หากผมว่าหายเมื่อไหร่

.

.

.

.

..........จะกินให้เต็มคราบเลยคอยดูสิ

.

.

.

.

รสชาติยอดเยี่ยม!!

.

สุขภาพแข็งแรงครับ