.....ห่างหายกันไปนานเลยนะครับ สำหรับการอัฟบล๊อกของผม ผ่านเรื่องร้ายๆมาหลายเรื่องเหมือนกันกับช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา สุดท้ายก็เข้าใจมันและปล่อยวางไปซะ เพราะผมเชื่อว่าคนเรายังมีสิ่งดีๆในชีวิตเกิดขึ้นบ้าง
.....หลังจากที่คุณแม่ผมโดนฉกกระเป๋าไปแล้ว ยังมีเรื่องให้ผมต้องคิดเกี่ยวกับเพื่อนคนหนึ่งของผม มันทำให้ผมเกิดอาการไม่เข้าใจตัวเองเกิดขึ้น เครียดมากจนโรคกระเพาะกำเริบ ผมไม่กล้าจะปรึกษาคุณแม่เพราะเกรงว่าท่านจะเก็บไปคิดมากอีก แค่เรื่องกระเป๋าก็มากเนพอแล้ว จนสุดท้ายผมก็เลือกที่จะปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างให้มันเป็นไปตามวิถีทางของมัน ผมเชื่อว่าถ้ามันถึงที่สุดแล้วยยังไม่มีอะไรดีขึ้นก็คงต้องปล่อยมันไป แต่ก่อนหน้านั้นขอทำอะไรให้มันถึงที่สุดก่อน เพราะผมเชื่อว่าถ้าเราทำอะไรที่ตั้งใจไว้จนถึงที่สุดแล้ว มันจะต้อง"ไม่เป็นไรอย่างแน่นอนครับ"
.....จากนี้ผมฝากขอบคุณเพื่อนคนหนึ่งเป็นอย่างมาก มันผู้นั้นแม้บางครั้งจะพูดจาไร้สาระ ทำตัวรักเด็กเป็นตาลุงโลลิ คอยหาแต่ปัญหาที่ตัวเองก่อมาให้ผมช่วยมันหนักหัว ชอบผู้หญิงแต่ไม่กล้าไปคุยเดือดร้อนผมต้องฟังมันบ่นทุกวันทุกคืน แต่มันก็เป็นเพื่อนคนเดียวบนโลกของผมที่ฟังผมบ่น(เวลาบ่นผมจะกลายเป็นคนน่ารำคราญมาก)จนถึงที่สุด มันบ้าขนาดที่ทำให้คนที่เครียดมากๆหัวเราะได้ แม้มันจะไม่ค่อยเข้าใจอะไรเลยก็ตาม แต่ระยะเวลาสิบกว่าปีที่คบมันมา ผมกล้าบอกได้อย่างเต็มปากว่ามันผู้นั้นเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยมีมาก็ว่าได้......ถ้ามันผู้นั้นเข้ามาอ่านก็จงเตรียมตัวเตรียมใจไว้เถอะว่า...กรูนี่เหอะจะเป็นเพื่อนมึงไปจนวันที่มึงตาย(แน่นอนมึงต้องตายก่อนกรูอยู่แล้ว)
..
..
..
.....พอดีบ่นมากไปจนเกือบลืมว่าเมื่อวันพุธที่แล้วผมได้มีโอกาสไปดูหนังเรื่องหนึ่งที่โรงภาพยนต์ลิโด้แถวสยาม ผมการันตีได้เลยว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังดีที่สุดในรอบปีเท่าที่ผมดูมาเลย เรื่องที่ว่านั้นคือ Always: Sunset on Third Street (ถนนสายนี้ หัวใจไม่เคยลืม)
..
..
..

เรื่องย่อ
ย้อนกลับไปในปีโชวะที่ 33 หรือราวปีค.ศ. 1958 ขณะที่หอโตเกียวสร้างใกล้จะเสร็จ ยังมีชุมชนเก่าแก่แห่งหนึ่งตั้งอยู่บนถนนสายที่ 3 ในเขตยูฮีของมหานครโตเกียว ซึ่งคลาคล่ำไปด้วยบ้านเรือน ร้านค้า กรุ่นไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ และยังมีหลากหลายเรื่องราวของหลากหลายผู้คน ที่พำนักอาศัยอยู่ในชุมชนแห่งนั้น...
ซูสุกิ โนริฟูมิ เป็นเจ้าของร้านขายอะไหล่รถยนต์ที่ชื่อ ซูสุกิ ออโต เขาแต่งงานแล้วกับผู้หญิงน่ารักที่ชื่อ โทโมเอะ ทั้งคู่มีบุตรชายวัยกำลังซนด้วยกันคนหนึ่ง คือ อิปเป วันหนึ่ง ซูสุกิ ออโต มีเหตุให้ต้องต้อนรับสมาชิกใหม่คือเด็กสาวชื่อ มัตสุโกะ ผู้ซึ่งอุตส่าห์ทอดทิ้งบ้านเกิดที่ต่างจังหวัด มุ่งหน้าสู่โตเกียว และสมัครเป็นพนักงานของซูสุกิ ออโตด้วยความหวังว่า ที่นี่คงจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรมใหญ่โตที่เธอสามารถฝากอนาคตไว้ด้วยได้ ดังนั้นมัตสุโกะจึงรู้สึกผิดหวังเหลือกำลังเมื่อพบว่า แท้จริงแล้วซูสุกิ ออโตเป็นเพียงห้องแถวเล็กๆ เท่านั้น
อีกหนึ่งชีวิตบนนถนนสายที่ 3 ก็คือ ชากาวะ ริวโนะสุเกะ เขาเป็นเจ้าของร้านขายขนมซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับซูสุกิ ออโต ริวโนะสุเกะเกิดที่นั่น โตที่นั่น เขากับโนริฟูมิรู้จักกันมาแต่อ้อนแต่ออก และดูเหมือนจะเป็น คู่กัด กันมาแต่อ้อนแต่ออกด้วย
อันที่จริงริวโนะสุเกะฝันอยากเป็นนักเขียน ฝีไม้ลายมือลีลาการเขียนหนังสือของเขาโดดเด่นไม่ใช่เล่น อย่างไรก็ตาม เป็นเพราะความจำเป็นบางอย่างที่ทำให้ริวโนะสุเกะต้องเปลี่ยนอาชีพมาเปิดร้านขายขนมอย่างที่เห็น เขายังไม่ทิ้งงานเขียน แต่ก็ทำได้เพียงเขียนนิยายประโลมโลกย์ให้นิตยสารกระจอกๆ เท่านั้น
ริวโนะสุเกะมีความลับอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือ เขาแอบหลงรัก ฮิโรมิ สาวสวยซึ่งเป็นเจ้าของบาร์สาเกที่ตั้งอยู่บนถนนสายที่ 3 มานาน แต่ดูเหมือนความสัมพันธ์จะยังไม่คืบหน้าพัฒนาไปไหน
...วันหนึ่ง ฮิโรมิได้รับการไหว้วานจากเพื่อนเก่าของเธอให้ช่วยดูแลเด็กชายตัวเล็กๆ น่าสงสารคนหนึ่ง ฮิโรมิอาจจะเต็มใจช่วย กระนั้นเธอก็ยังตระหนักว่า เอาเข้าจริงนั่นเป็นภาระที่หนักเกินกว่าเธอจะรับไหว ว่าแล้วเธอจึงพูดจาหว่านล้อมริวโนะสุเกะ จนเขายินยอมที่จะรับเด็กชายไปเลี้ยงดูต่อจนได้
หลายชีวิตบนถนนสายที่ 3 เหล่านี้ นอกจากจะดำเนินชีวิตไปตามอย่างที่ทำมาโดยตลอดแล้ว ยังมีภาระให้ต้องคิดอ่านหาหนทางแก้ปัญหากับสมาชิกใหม่ที่แต่ละคนรับเข้ามาสู่ชีวิตของตน โนริฟูมิจะเยียวยาความรู้สึกของมัตสุโกะอย่างไร? ความสัมพันธ์ของริวโนะสุเกะกับเด็กชายตัวเล็กๆ คนนั้นจะลงเอยอย่างไร
และที่สำคัญก็คือ ชีวิตจะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ หลังจากที่หอโตเกียวสูงตระหง่านนั้น สำเร็จเสร็จสิ้น?
อ้างอิงจาก http://www.movieseer.com

ภาพโปสเตอร์ภาพยนต์

ครอบครัวซุซุกิ

ริวโนะสุเกะ เจ้าหนูจุนโนะสุเกะและสาวเจ้าของร้าเหล้าฮิโรมิ

คุณหมอที่สูญเสียครอบครัวเพราะสงครามและสาวน้อยโรขุ

ภาพอันแสนอบอุ่นเมื่อครอบครัวซุซุกิซื้อทีวีเครื่องเเรกมาไว้ที่บ้าน ชาวบ้านต่างก็แหมาที่บ้านซุซุกิเพื่อมาดูทีวีเครื่องใหม่นั้น
ขอบคุณภาพจาก http://www.siamzone.com
..
..
.....ความรู้สึกแรกที่ดูจบคือ.....อยากดูอีกว่ะ ตั้งใจว่าอีกอาทิตย์หนึ่งจะมาดูอีก ปรากฎว่าหนังดันถูกถอดออกเสียแล้ว เป็นที่น่าเศร้ามาสำหรับผม เอาเป็นว่าคงต้องรอเก็บความประทับใจต่อในรูปแบบดีวีดีแล้วละ รับประกัยได้เลยว่าหนังเรื่องนี้จะทำให้คุณๆทั้งหลายหัวเราะและร้องไห้สลับกันไปทุก 5 นาทีได้เลยครับ
ปล. คุณแม่เคยเล่าเรื่องสมัยยังเด็กให้ฟังทีแล้วนึกภาพไม่ออกแต่พอดูเรื่องนี้ก็นึกออกทันทีว่าพวกคุณแม่ตอนเด็กๆอยู่กันอย่างไร
ปล.2 ยังไงก็ยังมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นกับชีวิตผมบ้าง ครั้งหน้าเอารูปสาวแว่นลงเยอะๆดีกว่า
ปล.3 มีปล.เยอะๆเลียนแบบคนอื่นเค้านะครับ
....................ขอบคุณนะครับที่อ่านมาจนจบ.......................