.....เหอๆ ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล๊อกอันสุดแสนวิเศษของกระผมอีกครั้งนะครับ มาครั้งนี้ถือว่ายังไม่สายไปกับหนังที่สุดแสนจะวิเศษเรื่องหนึ่ง ที่ผมได้มีโอกาสได้ไปดูเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ที่โรงภาพยนต์ ลิโด้สยาม ครั้งที่เป็นประกาศที่ติดอยู่ที่หน้าโรงหนังครั้งแรก มันทำให้ผมคิดถึงเรื่อง Alwaysที่ได้ดูเมื่อประมาณ ช่วง3-4เดือนก่อนเลยละครับ บรรยากาศง่ายๆ ไม่หวืหวา แต่ชวนให้คล้อยตามไปกับภาพธรรมชาติของชนบทญี่ปุ่นที่แสนจะสวยงามในเรื่อง
.....ซึ่งเชื่อว่าถ้าเกิดว่าคุณได้มีโอกาศได้ชมหนังเรื่องนี้แล้วละก็ คุณจะต้องประทับใจเช่นเดียวกับผมแน่ๆ
..
..
..

....
ชื่ออังกฤษ :The Village Album
ประเภทหนัง : ดราม่า
ผู้กำกับ :มิตสุฮิโระ มิฮาระ
นักแสดงนำ : ทัตสุยะ ฟูจิ, เคน ไคโตะ
..
..
เรื่องย่อ
......ผู้คนในหมู่บ้านฮานาตานิ ยึดที่นั่นเป็นที่เกิด ที่อยู่อาศัย ที่ทำมาหากิน และที่ตาย มาหลายชั่วอายุคน
แต่บัดนี้หมู่บ้านฮานาตานิกำลังจะกลายสภาพเป็นเพียงความทรงจำ เพราะรัฐบาลญี่ปุ่นประกาศออกมาแล้วว่า ต้องการใช้พื้นที่บริเวณนั้นในการก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำ ขอความร่วมมือชาวบ้านให้อพยพโยกย้ายหาอยู่ใหม่ภายในเวลาที่กำหนด
...เศร้าที่ต้องจากไป แต่มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้...
ชาวบ้านปรึกษาหารือกันแล้วลงความเห็นร่วมกันว่า อยากจะให้ เคนอิจิ (ทัตสุยะ ฟูจิ) ผู้เฒ่าเจ้าของร้านถ่ายรูปเก่าแก่ในหมู่บ้าน ใช้เวลาช่วงสุดท้ายก่อนทุกอย่างจะหลงเหลือเป็นแค่ความทรงจำ ตระเวนบันทึกภาพผู้คนทุกหลังคาเรือนในหมู่บ้านเก็บไว้เป็นที่ระลึก...จัดทำ วิลเลจ อัลบัม เป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายสักเล่ม
เคนอิจิตอบตกลงโดยไม่อิดออด เขาได้ผู้ช่วยคนหนึ่ง คือ ทากาชิ (เคน ไคโตะ) ลูกชายของเขาซึ่งทำงานเป็นผู้ช่วยช่างภาพในเมืองใหญ่ทันสมัยอย่างโตเกียว ที่บังเอิญเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านในช่วงเวลานั้นพอดี
แต่เดิม ความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้ไม่ค่อยราบรื่นนัก ทั้งคู่มีความคิดเห็นไม่ลงรอยกัน และมีปากเสียงกันหลายครั้ง
ทว่าในระหว่างที่เดินท่อมไปตามบ้านเรือนต่างๆ เพื่อจัดทำ วิลเลจ อัลบัม ทั้งคู่ก็ได้พูดจาปราศรัยกันมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น และนั่นทำให้ทากาชิผู้เป็นลูกชายเริ่มมองเห็นพ่อในมุมใหม่...เริ่มเข้าใจพ่อ อย่างที่ไม่เคยเข้าใจมาก่อนเลยในชีวิต
"The Village Album นั้นเป็นหนังสัญชาติญี่ปุ่น ที่เนื้อหาเรื่องราวบอกเล่าถึงการฟื้นฟูความสัมพันธ์ของสองพ่อลูกโดยมี การถ่ายภาพ เป็นสื่อ หลังจากที่ทั้งคู่ได้รับมอบหมายจากเพื่อนร่วมหมู่บ้านให้ตระเวนเก็บภาพสมาชิกในหมู่บ้านทุกคน ก่อนที่ทุกหลังคาเรือนจะต้องอพยพโยกย้ายจากหมู่บ้านแห่งนั้น เนื่องจากรัฐบาลมีโครงการจะใช้พื้นที่ตรงนั้นสร้างเขื่อนกั้นน้ำ"

ภาพสองพ่อลูกออกเดินทุกเช้าที่ชินตาคนในหมู่บ้าน

ภาพบนโต๊ะอาหาร ที่ไม่ค่อยจะสดชื่นนักระหว่างลูกชายและพ่อ โดยมีน้องสาวที่แสนจะน่ารักคอยเป็นคนกลางให้

ทากาชิ พระเอกสุดหล่อของเรา

ลีลาการถ่ายภาพของคุณพ่อ ทากาฮาชิ ที่ทุกคนในหมู่บ้านชื่นชอบ ทากาชิยังต้องศึกษาจากพ่ออีกเยอะ

ปิดท้ายกันที่ภาพของคุณยาย ยามาโมโต้ ที่มีอายุกว่าร้อยปี สามีและลูกของแกเสียตั้งแต่อายุยังน้อย (ผมชอบคุณยายคนนี้ที่สุดในเรื่องเลยครับ)
..
..
..

"ยิ้มหน่อยดีไหมครับ"
ขอบคุณข้อมูลจาก http://bkkonline.comครับ
.....
...
..
.......ความรู้สึกหลังจากดูเรื่องนี้จบ ทำให้ผมนึกถึงคุณพ่อของผมที่เสียไปเมื่อ 5 ปีก่อน ผมเชื่อว่าลูกชายทุกคนจะต้องจ้องมองแผ่นหลังของพ่อตัวเอง และฝันว่าจะเป็นแบบพ่อให้ได้ แต่ผมนั้นจ้องมองแผ่นหลังของพ่อได้แค่เพียง 15 ปี พ่อก็จากผมไป ผมจึงไม่มีแผ่นหลังของพ่อให้มองอีกต่อไป แต่ผมก็พยายามที่จะเดินตามแผ่นหลังนั้นแม้ว่ามันจะไม่มีอีกแล้วก็ตาม เพราะแผ่นหลังนั้น จะพาผมไปสู่ทางของผมที่พ่อเป็นคนปูให้นั้นเอง เช่นเดียวกับทากาชิ ที่ทีแรกนั้นไม่ยอมรับในตัวพ่อ เพราะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่พอมาได้ทำงานด้วยกันกับพ่อ ก็รู้ว่าพ่อของตนเองนั้น เป็นคนที่ยิ่งใหญ่เพียงไหน พ่อสอนอะไรๆหลายอย่างให้กับทากาชิ จนสุดท้ายทากาชิก็ตามแผ่นหลังนั้นมาจนสุดทางและเดินต่อไปในเส้นทางของตนเอง
.......เพราะฉะนั้น เรื่องนี้จึงเป็นอีกเรื่องที่คุณๆควรจะพาคุณพ่อไปดู ยิ่งช่วงใกล้ถึงวันพ่อนี้ ยิ่งเข้ากับบรรยายกาศยิ่งนัก แล้วคุณจะเข้าใจพ่อของคุณมากขึ้น

ส่งท้ายด้วยภาพสาวแว่นเช่นเคย โชคดีมีสาวแว่นนะครับ
..
..
..
กวีแคนโต้ก่อนจากซักนิด
วันพ่อ
รักพ่อ
ให้มากมาก
สุขภาพแข็งแรงทุกๆคนนะครับ