2007/Jan/29

.....สวัสดีครับทุกคน ยินดีต้องรับเข้าสู่บล็อกอันแสนวิเศษบล็อกนี้อีกครั้งนะครับ จะว่าไปเดือนหน้ารู้สึกว่าคนที่ผมรู้จักจะเกิดกันค่อนข้างเยอะทีเดียว ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีคุณพี่ที่ผมแอบชอบอยู่ด้วย เชื่อไหมว่าวันเกิดพี่เขากับวันเกิดผมอยู่ติดกันเลย ผมเกิดวันที่ 6 เขาเกิดวันที่ 7 ผมเกิดวันพฤหัสเขาเกิดวันพุธ เหอๆ....บังเอิญจังเนอะ ว่าแต่เคยได้ยินที่ไหนก็ไม่รู้ว่าไม่มีความบังเอิญในโลกนี้ จะมีก็แต่ชะตากรรมเท่านั้น ซึ่งผมเองก็เริ่มจหนาวๆในชะตากรรมของตัวเองซะแล้วสิ

.....ผมเคยได้รับจดหมายจากพี่คนนี้มาครั้งนึงครับ ถึงแม้มันน่าจะเรียกว่าซองพัสดุมากกว่าจดหมายก็เถอะ แต่ผมก็ได้รับซองนั้นในเช้าวันอาทิตย์วันหนึ่ง ข้างในซองมีซีดีเพลงของ แอน ธิติมา ที่พี่เขาไรท์มาให้ผม เนื่องจากเราทั้งคู่ต่างก็ชอบเพลงของพี่แอนเหมือนๆกัน และซองพัสดุซองนั้นก็เป็นซองแห่งความทรงจำอีกซองหนึ่งในใจผมเลยละครับ

.....ในยุคสมัยนี้การส่งจดหมายนั้นค่อนข้างจะเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็ว ซึ่งเวลาที่จะพูดคุยติดต่อกันเราก็ใช้โทรศัพท์หรือถ้าจะส่งเอกสารหรือข้อความใดๆหลายๆคนจะเลือกที่จะใช้บริการ e-mail มากกว่า เพราะนอกจากจะส่งเอกสารหรืองานต่างๆได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วกว่าแล้ว ยังสามารถคุยกันแบบสดๆได้ด้วยระบบ MSN อีกด้วย หลายๆคนจึงเลืกที่จะใช้วิธีนี้นี้มากกว่า

......ด้วยความยุ่งยากของขั้นตอนการส่งจดหมาย บวกกับมีวิธีที่ง่ายและรวดเร็วกว่า ทำให้คนส่วนใหญ่แทบจะลืมการส่งจดหมายไปเลยทีเดียว แต่รู้ไหมยังมีอีกหลายคนที่ยังเลือกที่จะติดต่อกันผ่านจดหมายอยู่ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงเลือกวิธีที่ยุ่งยากเหล่านั้นในการติต่อกันอยู่ อาจเพราะไม่รู้ว่ามีวิธีที่ง่ายกว่าหรือเพราะใช้วิธีเหล่านั้นไม่เป็น แต่ที่แน่ๆ จดหมายทุกๆฉบับที่พวกเขาส่งหากันนั้น มันจะอยู่ตลอดไป และเป็นเหมือนความทรงจำดีๆที่สามารสัมผัสได้ตราบนานเท่านานก็ได้.....

จากคำพูดของคุณลุงบุรุษไปรษณีย์แห่ง นีโอเวเนเซีย

.....เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั้นผมได้ทำความสะอาดห้องแบบทุกซอกทุกมุม ทำให้ห้องของผมนั้นสะอาดเอี่ยมเหมือนห้องที่ยังไม่มีคนเข้ามาอยู่เลยละครับ ด้วยเหตุการณ์ในครั้งนี้เองทำให้ผมได้พบกับจดหมายฉบับหนึ่ง ซึ่งผมเองก็จำไม่ได้แล้วว่าผมเคยได้รับจดหมายฉบับนี้ด้วยเรอะ ตัวจดหมายอยู่ในซองที่ถูกเกาะแบบหยาบๆ หน้าซองจ่าหน้าถึงตัวผมเอง ผมหยิบกระดาษข้างในซองขึ้นมาอ่าน กวาดสายตาตามตัวอักษรไปเรื่อยๆ ผมจึงรู้ว่ามันเป็นจดหมายเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ข้อความจากเพื่อนเก่าแก่คนหนึ่งที่ผมลืมไป

เธอชื่อว่า "เอ๋"

.....เอ๋ เป็นเพื่อนเมื่อครั้งที่ผมยังเป็นเด็ก ม. 5 ด๊อกด๋อย เราเจอกันที่ค่ายเยาวชนต้านยาเสพติดที่ทางรัฐบาลจัดขึ้นที่ค่ายทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ ผมอยู่ที่นั้นเป็นเวลา 7 วันเต็มๆ มีเด็กจากหลายโรงเรียนไปร่วมในค่ายครั้งนี้ ซึ่งเอ๋มาจากโรงเรียนพลูเจริญ เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ซึ่งผมเองก็จำหน้าเธอไม่ค่อยได้แล้ว จำได้ว่าเป็นคนยิ้มง่ายและมนุษย์สัมพันธ์ดี ในจดหมายยังพูดถึงแก๊งคนบ้า ซึ่งประกอบด้วยคน 5 คน คือผม เอ๋ เฮง เล็กและวี ความทรงจำอันเลื่อนลางของผมบอกว่า พวกเราทั้ง 5 คนนั้นสนิทสนมกันมากเวลาอยู่ในค่าย จะทำกิจกรรมร่วมกันเป็นประจำ ไปไหนก็ไปด้วยกันและที่สำคัญเป็นกลุ่มคนที่ขี้โวยวายที่สุดในค่ายนี้แล้ว ผมจำได้ว่าหลังจากที่ออกจากค่ายแล้วผมได้ติดต่อกับเฮงเพียงคนเดียว แรกๆก็ติดต่อกันเกือบทุกคนเท่าที่จะติดต่อได้ แต่พอเวลาผ่านไปผมก็ละเลยมันไป

......จนกระทั่งผมได้รับจดหมายนี้เมื่อ 2 ปีก่อน ข้อความในจดหมายจากเอ๋ เชิญชวนให้ผมไปร่วมงานมิตติ้งที่จัดโดย จ่าสิบเอกอานนท์หรือครูเต่า ซึ่งเป็นครูที่คุมค่ายในครั้งนั้นและนับว่าเป็นครูฝึกที่เข้ามาคลุกคลีกับเด็กๆมากกว่าใครๆ โดยในค่ายเราจะเรียกครูว่า "พ่อเต่า" เอ๋เขียนถามถึงความเป็นอยู่ของผมว่าเป็นยังไงบ้างในจดหมาย ข้อความในจดหมายออกจะดูเหมือนเกรงใจหน่อยๆ หลังจากนั้นผมก็ไปงานมิตติ้งและได้พบกับเพื่อนๆอีกครั้งรวมไปถึงเอ๋ด้วย

.....จากวันนั้นเวลาก็ผ่านพ้นมาได้ 2 ปี ผมแทบไม่ได้ติดต่อกับเพื่อนๆที่ค่ายเลยสักคน จะได้รับก็แต่ ส.ค.ส. จากพ่อเต่าในวันปีใหม่เท่านั้น สิ่งที่ยังเตือนใจผมอยู่ว่าเคยได้มีโอกาสไปเข้าค่ายน้คือเสื้อ "just say no" ซึ่งเป็นเสื้อที่ใส่กันตอนอยู่ในค่ายเท่านั้น (ซึ่งตอนนี้ผมก็ใส่เสื้อตัวนั้นอยู่) แต่อีกสิ่งที่ทำให้ภาพวันเหล่านั้นย้อนคืนมาก็คือ จดหมายของเอ๋ที่ส่งมาให้ผมเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ถ้าวันผมไม่ทำความสะอาดห้องผมคงจะไม่เจอความทรงจำดีๆที่ถูกเก็บไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของห้องและหัวใจของผมอีกครั้งก็เป็นได้

....ฝากขอบคุณเอ๋ ที่ส่งจดหมายฉบับนี้มาให้ผม แม้ว่าเราจะไม่เคยเจอกันอีกเลยหลังจากงานมิตติ้ง จริงๆอยากจะขอบคุณเอ๋ตรงๆเลยแต่เราไม่รู้ว่าจะติดต่อเอ๋ยังไง แม้มันจะเลือนลางแต่ถ้าเอ๋ได้มีโอกาสได้เข้ามาอ่านบล็อกของเรา เอ๋ส่งจดหมายมาหาเราอีกครั้งได้ไหม เผื่อว่าเราจะรวมเพื่อนที่ค่ายให้มาเจอกันอีกครั้งได้......ก็อย่างที่คุณลุงบุรุษไปรษณีย์แห่งนีโอเวเนเซียบอก "สิ่งล้ำค่าที่อยู่เหนือเนื้อหาข้าในคือ สมบัติอันล้ำค่าที่สัมผัสได้ตลอดกาล"

....

...

..

.

ฝากถึงเพื่อนอีกคนที่เคยติดต่อกันทางจดหมายแล้วยังเจอกันอยู่ว่า ว่างๆเรามาเขียนจดหมายหากันอีกดีไหม คุณเทป

ลาจากกันด้วยกวีแคนโต้เช่นเคยครับ

อ่านจดหมาย

เหมือนได้ย้อน

เวลากลับ

ยามเวลาผ่านพ้น ความทรงจำคนมักถูกลืมเลือน แต่สิ่งที่จะคงอยู่ในใจของผมตลอดไปก็คือ "สาวแว่นอันเป็นตัวแทนอันบริสุทธิ์ที่บนโลกใบนี้มิอาจหาได้แล้ว"

สุขภาพแข็งแรงกันทุกคนนะครับ (2 อาทิตย์กว่าๆ ในที่สุดก็หายหวัดแล้วเย้ๆ~)

Comment

Comment:

Tweet


#12 by นิ้ง (117.47.55.181) At 2009-09-20 12:30,
Yo!
อัพยาวมากๆเยย
ขอไว้เวลาอ่านก่อง
แหะๆ
บ๊ายบาย จุ๊บๆ
#11 by Haylie & Poring (124.120.202.186) At 2007-02-05 18:45,
ซากุระงก็ทีจดหมายจากเพื่อนมาเหมือนกันเลย...แต่ตอนนี้เค้าอยู่อเมริกาอ่ะ
คิดถึงเค้าจัง
#10 by ซากุระจัง At 2007-02-04 19:59,
ผมก็มีจดหมายจากเพื่อนที่โรงเรียนเก่าเก็บเอาไว้เหมือนกัน

ตอนนี้มันถูกเก็บไส่กล่องที่ผมเอาไว้เก็บของสำคัญๆของผมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

จริงนะพี่ที่ว่า "สิ่งที่มีค่าเหนือเน้อหาข้างในคือ มันยังเป็นสมบัติที่เก็บเอวไว้ได้ตลอดกาล"

ริงโกะน่าร๊ากกกกกกกกกก
#9 by ~Sky Walk WayZ~ At 2007-02-04 00:09,
"สิ่งล้ำค่าที่อยู่เหนือเนื้อหาข้างในคือ สมบันติอันล้ำค่าที่สัมผัสได้ตลอดกาล" โว้วววววว ยอดเยี่ยมมากมายเจ้าค่าท่านพี่

เรามีความสุขมากกว่าจริงๆตอนที่ได้รับ จม. พอกลับมาอ่านอีกทีก็อดอมยิ้มไม่ได้

^^ ติดต่อกับเพื่อนๆทางนี้ก็ดีนะค้า แหม นึกแล้วอยากกลับไปอ่าน จม. ของเพื่อนๆอีกครั้งจัง
#8 by OH-O ! ! At 2007-02-02 22:52,
ซึ้งเลยค่ะ
แต่เวลาที่เจอรูปภาพหรือจดหมายเก่าๆ แล้วเอามันขึ้นมาอ่านเนี่ย รู้สึกอบอุ่นมากๆเลย~


ps. แอบขำเรื่องหุ่นขี้ผึ้งค่ะ ฮามาก
#7 by choco At 2007-02-02 21:21,
การเขียนจดหมาย มันคลาสสิคมากๆๆเลย ลองเขียนดูบ้างนะ แล้วจะรู้ว่ามันมีความสุขแค่ไหน โชคดีจ้า พ่อหนุ่มน้อย

ปล. ใกล้ถึงวันเกิดแล้วหรอจ๊ะ อิอิ ใกล้เลยวัยรุ่นแล้วล่ะสิ ฮ่าๆๆล้อเล่นๆๆๆ
#6 by ^^PB^^ At 2007-02-02 20:20,
กำ เหอๆ ไม่พ้นสาวแว่นตลอดกาล โอ๋ะโอ่ จี๊ดไม่เคยได้จดหมายเลย 555 อยากได้อยู่ๆๆๆ ได้แต่ส่งให้ตัวเองตลอด
#5 by Kra"JeeDz"RiD (58.9.49.248) At 2007-02-02 20:08,
ทามมายต้งอเขียน ซาโยนาระ ด้วยล่ะ
เรื่องจดหมายกะเมสเซจเนี่ย
ชอบนะ ของพวกนี้เก็บไว้อ่านได้งัย
เวลาอ่านก้อจะรุสึกดีอยู่เรื่อยๆ เวลาทะเลาะกัน
เราก้อเก็บเอามาอ่าน จะลืมเรื่องแย่ๆไปได้บ้าง

แม่สาวแว่นนั่น ริงโกะสินะ
น่ารักกว่าริงโกะอีก

ไม่ค่อยชอบแม่ริงโกะนี่สักเท่ารัยเล้ยยยย
#4 by aizen_Princess Of Oracle Squard (203.151.46.130 /10.1.1.3) At 2007-02-02 19:59,
ช่าย กรุเห็นด้วยเลย ส่งจดหมายถึงกันกรูว่ามันคลาสิคสุดแล้ววว

ถึงแม้จะช้า แต่ความช้ามันคือเสน่ห์ที่เย้ายวนของจดหมายแหละ

ปล. 1 msm ผิดนะเฟ้ย ที่ถูกคือ msn เหอๆ

ปล. 2 วันเกิดว่าที่อาซ้อกรูก็วันพุธเหมือนกันวะ อร๊ากกกกกกก

ปล. 3 อยากเขียนจดหมายถึง.......จังเลย แต่กลัวว่าเจ๊แกจะอ่านไม่ออก ที่สำคัญไม่มีที่อยู่เมืองนอกอะ

ปล. 4 ที่ขาดดดดดดไม่ได้ คือ เม้นท์ที่ 3 เว้ยยยยย เย้ๆๆๆๆๆ
#3 by worapoj@~@ At 2007-02-01 23:23,
จดหมายจากลายมือน่ะ...สุดยอดแล้ว มันบ่งบอกถึงความตั้งใจและน่าเก็บเป็นความทรงจำดีๆมากกว่า
ที่บ้านกรูผมเอง เคยมีจดหมายจากเพื่อนรึเปล่าก็ไม่แน่ใจฉบับหนึ่งเหมือนกันนะ เค้าบอกว่าให้กรูผมเขียนต่ออีก 99 ฉบับ ไม่เช่นนั้น ผมจะแดกส์แห้วตลอดชีวิต
ผมไม่เชื่อ...เลยไม่ทำตาม สุดท้ายเลยรับทานแห้วกระป๋องจวบจนปัจจุบันนั่นแล

กวีแคนโต้โอ้มาอีกแล้ว
จดหมายหนึ่งฉบับ
คนรับ
เป็นสุข
(ไม่ค่อยจะเข้าแก๊บเลยเนอะ แต่ช่างเหอะ แคนโต้ฉบับของออกซิโทซินเองว่ะ)
#2 by Oxitoxin At 2007-02-01 15:17,
โห.. เห็นแล้วอยากกลับบ้านไปคุ้ยบรรดาจดหมายที่เก็บๆไว้ตั้งกะมัธยมมาเปิดๆๆอ่านมั่งจัง (แต่ขี้เกียจ) เขียนจดหมายนี่ดีนะค่ะเพราะทำให้รู้ข่าวสารของเพื่อนๆด้วย อย่างเพื่อนสมัยมัธยมที่สนิทกันมีอยู่คนนึงชอบส่งโปสการ์ดมา เดี๋ยวนี้ไม่ว่ามันหรือว่าเราไปไหนก็จะส่งการ์ดหากันเสมอ รู้สึกดีเนอะ

ps. เห็นบล๊อกนี้แล้วจู่ๆนึกอยากเห็นโปสการ์ดรูปสาวแว่นขึ้นมา..คนที่เอ๋ไม่ได้ใส่แว่นหล่ะเซ่ถึงจำหน้าได้ไม่แม่น ฮ่าๆๆ
#1 by .:: Milo Studio ::. At 2007-02-01 12:59,