.....สวัสดีครับทุกคน ยินดีต้องรับเข้าสู่บล็อกอันแสนวิเศษบล็อกนี้อีกครั้งนะครับ จะว่าไปเดือนหน้ารู้สึกว่าคนที่ผมรู้จักจะเกิดกันค่อนข้างเยอะทีเดียว ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีคุณพี่ที่ผมแอบชอบอยู่ด้วย เชื่อไหมว่าวันเกิดพี่เขากับวันเกิดผมอยู่ติดกันเลย ผมเกิดวันที่ 6 เขาเกิดวันที่ 7 ผมเกิดวันพฤหัสเขาเกิดวันพุธ เหอๆ....บังเอิญจังเนอะ ว่าแต่เคยได้ยินที่ไหนก็ไม่รู้ว่าไม่มีความบังเอิญในโลกนี้ จะมีก็แต่ชะตากรรมเท่านั้น ซึ่งผมเองก็เริ่มจหนาวๆในชะตากรรมของตัวเองซะแล้วสิ
.....ผมเคยได้รับจดหมายจากพี่คนนี้มาครั้งนึงครับ ถึงแม้มันน่าจะเรียกว่าซองพัสดุมากกว่าจดหมายก็เถอะ แต่ผมก็ได้รับซองนั้นในเช้าวันอาทิตย์วันหนึ่ง ข้างในซองมีซีดีเพลงของ แอน ธิติมา ที่พี่เขาไรท์มาให้ผม เนื่องจากเราทั้งคู่ต่างก็ชอบเพลงของพี่แอนเหมือนๆกัน และซองพัสดุซองนั้นก็เป็นซองแห่งความทรงจำอีกซองหนึ่งในใจผมเลยละครับ
.....ในยุคสมัยนี้การส่งจดหมายนั้นค่อนข้างจะเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็ว ซึ่งเวลาที่จะพูดคุยติดต่อกันเราก็ใช้โทรศัพท์หรือถ้าจะส่งเอกสารหรือข้อความใดๆหลายๆคนจะเลือกที่จะใช้บริการ e-mail มากกว่า เพราะนอกจากจะส่งเอกสารหรืองานต่างๆได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วกว่าแล้ว ยังสามารถคุยกันแบบสดๆได้ด้วยระบบ MSN อีกด้วย หลายๆคนจึงเลืกที่จะใช้วิธีนี้นี้มากกว่า
......ด้วยความยุ่งยากของขั้นตอนการส่งจดหมาย บวกกับมีวิธีที่ง่ายและรวดเร็วกว่า ทำให้คนส่วนใหญ่แทบจะลืมการส่งจดหมายไปเลยทีเดียว แต่รู้ไหมยังมีอีกหลายคนที่ยังเลือกที่จะติดต่อกันผ่านจดหมายอยู่ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงเลือกวิธีที่ยุ่งยากเหล่านั้นในการติต่อกันอยู่ อาจเพราะไม่รู้ว่ามีวิธีที่ง่ายกว่าหรือเพราะใช้วิธีเหล่านั้นไม่เป็น แต่ที่แน่ๆ จดหมายทุกๆฉบับที่พวกเขาส่งหากันนั้น มันจะอยู่ตลอดไป และเป็นเหมือนความทรงจำดีๆที่สามารสัมผัสได้ตราบนานเท่านานก็ได้.....

จากคำพูดของคุณลุงบุรุษไปรษณีย์แห่ง นีโอเวเนเซีย
.....เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั้นผมได้ทำความสะอาดห้องแบบทุกซอกทุกมุม ทำให้ห้องของผมนั้นสะอาดเอี่ยมเหมือนห้องที่ยังไม่มีคนเข้ามาอยู่เลยละครับ ด้วยเหตุการณ์ในครั้งนี้เองทำให้ผมได้พบกับจดหมายฉบับหนึ่ง ซึ่งผมเองก็จำไม่ได้แล้วว่าผมเคยได้รับจดหมายฉบับนี้ด้วยเรอะ ตัวจดหมายอยู่ในซองที่ถูกเกาะแบบหยาบๆ หน้าซองจ่าหน้าถึงตัวผมเอง ผมหยิบกระดาษข้างในซองขึ้นมาอ่าน กวาดสายตาตามตัวอักษรไปเรื่อยๆ ผมจึงรู้ว่ามันเป็นจดหมายเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ข้อความจากเพื่อนเก่าแก่คนหนึ่งที่ผมลืมไป
เธอชื่อว่า "เอ๋"
.....เอ๋ เป็นเพื่อนเมื่อครั้งที่ผมยังเป็นเด็ก ม. 5 ด๊อกด๋อย เราเจอกันที่ค่ายเยาวชนต้านยาเสพติดที่ทางรัฐบาลจัดขึ้นที่ค่ายทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ ผมอยู่ที่นั้นเป็นเวลา 7 วันเต็มๆ มีเด็กจากหลายโรงเรียนไปร่วมในค่ายครั้งนี้ ซึ่งเอ๋มาจากโรงเรียนพลูเจริญ เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ซึ่งผมเองก็จำหน้าเธอไม่ค่อยได้แล้ว จำได้ว่าเป็นคนยิ้มง่ายและมนุษย์สัมพันธ์ดี ในจดหมายยังพูดถึงแก๊งคนบ้า ซึ่งประกอบด้วยคน 5 คน คือผม เอ๋ เฮง เล็กและวี ความทรงจำอันเลื่อนลางของผมบอกว่า พวกเราทั้ง 5 คนนั้นสนิทสนมกันมากเวลาอยู่ในค่าย จะทำกิจกรรมร่วมกันเป็นประจำ ไปไหนก็ไปด้วยกันและที่สำคัญเป็นกลุ่มคนที่ขี้โวยวายที่สุดในค่ายนี้แล้ว ผมจำได้ว่าหลังจากที่ออกจากค่ายแล้วผมได้ติดต่อกับเฮงเพียงคนเดียว แรกๆก็ติดต่อกันเกือบทุกคนเท่าที่จะติดต่อได้ แต่พอเวลาผ่านไปผมก็ละเลยมันไป
......จนกระทั่งผมได้รับจดหมายนี้เมื่อ 2 ปีก่อน ข้อความในจดหมายจากเอ๋ เชิญชวนให้ผมไปร่วมงานมิตติ้งที่จัดโดย จ่าสิบเอกอานนท์หรือครูเต่า ซึ่งเป็นครูที่คุมค่ายในครั้งนั้นและนับว่าเป็นครูฝึกที่เข้ามาคลุกคลีกับเด็กๆมากกว่าใครๆ โดยในค่ายเราจะเรียกครูว่า "พ่อเต่า" เอ๋เขียนถามถึงความเป็นอยู่ของผมว่าเป็นยังไงบ้างในจดหมาย ข้อความในจดหมายออกจะดูเหมือนเกรงใจหน่อยๆ หลังจากนั้นผมก็ไปงานมิตติ้งและได้พบกับเพื่อนๆอีกครั้งรวมไปถึงเอ๋ด้วย


.....จากวันนั้นเวลาก็ผ่านพ้นมาได้ 2 ปี ผมแทบไม่ได้ติดต่อกับเพื่อนๆที่ค่ายเลยสักคน จะได้รับก็แต่ ส.ค.ส. จากพ่อเต่าในวันปีใหม่เท่านั้น สิ่งที่ยังเตือนใจผมอยู่ว่าเคยได้มีโอกาสไปเข้าค่ายน้คือเสื้อ "just say no" ซึ่งเป็นเสื้อที่ใส่กันตอนอยู่ในค่ายเท่านั้น (ซึ่งตอนนี้ผมก็ใส่เสื้อตัวนั้นอยู่) แต่อีกสิ่งที่ทำให้ภาพวันเหล่านั้นย้อนคืนมาก็คือ จดหมายของเอ๋ที่ส่งมาให้ผมเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ถ้าวันผมไม่ทำความสะอาดห้องผมคงจะไม่เจอความทรงจำดีๆที่ถูกเก็บไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของห้องและหัวใจของผมอีกครั้งก็เป็นได้
....ฝากขอบคุณเอ๋ ที่ส่งจดหมายฉบับนี้มาให้ผม แม้ว่าเราจะไม่เคยเจอกันอีกเลยหลังจากงานมิตติ้ง จริงๆอยากจะขอบคุณเอ๋ตรงๆเลยแต่เราไม่รู้ว่าจะติดต่อเอ๋ยังไง แม้มันจะเลือนลางแต่ถ้าเอ๋ได้มีโอกาสได้เข้ามาอ่านบล็อกของเรา เอ๋ส่งจดหมายมาหาเราอีกครั้งได้ไหม เผื่อว่าเราจะรวมเพื่อนที่ค่ายให้มาเจอกันอีกครั้งได้......ก็อย่างที่คุณลุงบุรุษไปรษณีย์แห่งนีโอเวเนเซียบอก "สิ่งล้ำค่าที่อยู่เหนือเนื้อหาข้าในคือ สมบัติอันล้ำค่าที่สัมผัสได้ตลอดกาล"
....
...
..
.
ฝากถึงเพื่อนอีกคนที่เคยติดต่อกันทางจดหมายแล้วยังเจอกันอยู่ว่า ว่างๆเรามาเขียนจดหมายหากันอีกดีไหม คุณเทป
ลาจากกันด้วยกวีแคนโต้เช่นเคยครับ
อ่านจดหมาย
เหมือนได้ย้อน
เวลากลับ

ยามเวลาผ่านพ้น ความทรงจำคนมักถูกลืมเลือน แต่สิ่งที่จะคงอยู่ในใจของผมตลอดไปก็คือ "สาวแว่นอันเป็นตัวแทนอันบริสุทธิ์ที่บนโลกใบนี้มิอาจหาได้แล้ว"
สุขภาพแข็งแรงกันทุกคนนะครับ (2 อาทิตย์กว่าๆ ในที่สุดก็หายหวัดแล้วเย้ๆ~)