2007/Mar/25

......สวัสดีครับทุกๆท่าน ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล๊อกอันแสนวิเศษของผมอีกครั้งนึงนะครับครั้งนี้มาอัฟเรื่องที่แต่งดองไว้นานแล้ว จะว่าเป็นฟิคชั่นก็ได้จะว่าไม่ใช่ก็ได้มันเป็นเรื่องราวยาวเยียดเรื่องหนึ่งที่แต่งไว้ตั้งแต่สมัย ม.2 จนตอนนี้จบปี 2 แล้วยังไม่เป็นรูปเป็นร่างให้ใครๆได้อ่านกันเลย แต่เดิมผมตั้งใจจะให้มันออกมาเป็นรูปแบบของการ์ตูนแต่ดูท่าจะไม่ไหวเพราะเนื้อเรื่องมันเลยเถิดไปไกลกว่าจะจบคงตายก่อนบวกกับฝีมือไม่ถึงขั้นเลยต้องรอกันต่อไป (ขี้เกียจ)

......เอามาอัฟในครั้งนี้ผมลองเปลี่ยนรูปแบบให้เป็นเหมือนเทพนิยายซึ่งจะเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นกำเนิดจบถึงตอนจบตามลำดับซึ่งต่างกับตอนผมทำเป็นการ์ตูนคือเล่าเรื่องตอนช่วงท้ายอย่างเดียวแล้วค่อยเล่าย้อมมาเล็กน้อยถึงต้นกำเนิด ซึ่งทำแบบนั้นคงจะงงกันยกใหญ่ถ้ามาเขียนเป็นตัวหนังสือ (รวมถึงคนแต่งจะงงเองด้วย) ผมคิดว่าเล่าตามเนื้อเรื่องเป็นลำดับน่าจะสร้างความสนุกให้กับคนอ่านมากกว่า

......ความจริงลงก็เสี่ยวๆเหมือนกันเพราะเคยแต่งฟิคเวียนกับน้องสาวตอนทำบล๊อกใหม่ๆ เราแต่บงก็อยากให้คนอ่านแต่คนอ่านน้อยเหลือเกินเลยกลัวจะเป็นแบบนั้นอีก (ฟิคเวียนยังไม่เลิกนะ แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะต่อยังไง) แต่ผมคงไม่คาดหวังอะไรมากกับเรื่องนี้เพราะว่าเนื้อหาก็ไม่ได้ดีหรือแปลกใหม่อะไรมาก แถมภาษาก็ไม่ค่อยจะเก่งสักเท่าไหร่กลัวคนอ่านจะเซ็งกันเปล่าๆ แต่ก็ตั้งใจจะอัฟติดต่อกันมากที่สุด (แต่งดองไว้เยอะ) ตกเดือนละไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละตอนสั้นๆจบในตอน ถ้าเรตติ้งไม่ดีมีคนด่าเยอะจะเลิกทำไปเอง ผมตั้งใจแต่งเรื่องนี้มากครับเพราะหวังว่าเมื่อไหร่ที่จะเอาไปวาดเป็นการ์ตูนจะได้ลำดับเนื้อเรื่องถูก

......ยังไงก็ขอฝากผลงานน้อยๆชิ้นนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจทุกๆคนด้วยนะครับ ชอบไม่ชอบยังไงติชมได้นะครับ ถ้ายังไงผมจะพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้นครับ

บันทึกสงงครามแห่งแอนโคน่า

บทที่ 1 สวนแห่งสนธยา

(ภาพจากเรื่องราเซฟ่อนจ๊ะ ไม่เกี่ยวกับเรื่องเอาสวยไว้ก่อน)

......เริ่มต้น ณ ดวงดาวอันมืดมิด ยังมีชายคนหนึ่งอยู่ที่นั้น ชายผู้นั้นคือผู้เดินทางมาจาก จักรวาลอันไกลโพ้น เขาหวังเพียงแค่หาที่พักพิงเพียงซักแห่งจากอวกาศอันกว้างใหญ่นี้ เขาเบื่อหน่ายกับที่ๆเก่าที่เคยอยู่ เขาจึงเริ่มออกเดินทาง พบเจอผ่านดวงดาวมานับร้อยดวงพันดวง จนในที่สุดเขาก็พบกับดวงดาวที่กำลังจะก่อกำเนินขึ้นท่ามกลางความมืดมิด เขาทิ้งร่างอันใหญ่โตของเขาลง ณ ดวงดาวแห่งนี้และตัดสินใจว่าจะสร้างมันให้เป็นที่พักพิงของเขา เขาตั้งใจจะอยู่ที่บ้านนี้ไปตลอดกาล

......หลังจากเวลาผ่านพ้นไปนานนับหมื่นปี ดวงดาวที่เคยมืดมิดเริ่มมีแสงสว่างขึ้น ความพยายามที่จะสร้างแสงสว่างให้กับดวงดาวอันแสนมืดมิดนี้เป็นผลสำเร็จ เขายินดีกับผลสำเร็จนั้น ด้วยความเมื่อยล้าเขาจึงต้องการสถานที่พักผ่อน เขาจึงเนรมิตสวนแห่งสนธยาขึ้นมาแห่งหนึ่งสวนนั้นสวยงามกว่าสวนใดๆเกินที่มนุษย์จะจิตนาการได้และเต็มไปด้วยแสงสว่างสีนวลและอากาศที่อบอุ่นสบายตลอดเวลา เขาอยู่ที่นั้นอย่างมีความสุขต่อจากนั้นอีกหลายพันปี แต่แล้วความเหงาเริ่มคุกคามเขา เขาเริ่มทนไม่ได้ที่จะอยู่คนเดียว จึงได้สร้างสิ่งที่มีรูปร่างคล้ายเขาขึ้นมาสองสิ่ง เขาสร้างสิ่งนั้นตามรูปร่างของเพศหญิงในที่เก่าที่เขาเคยอยู่จากชิ้นส่วนร่างกายของเขาและตั้งชื่อให้เธอทั้งสอง คนที่เกิดก่อนชื่อ มุตาฟา เขาได้สร้างดอกบัวดำเพื่อเป็นพาหนะให้กับเธอ เป็นดอกบัวขนาดใหญ่พอกับที่ตัวเธอจะนั่งได้ ส่วนคนที่เกิดทีหลังชื่อ รามายา ส่วนของรามายาเขาได้สร้างสัตว์เลื่อนคลานตัวใหญ่ชื่อ พอลพุ๊ต ไว้เป็นพาหนะ

......พวกเขาทั้งสามอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขจนกระทั้ง รามายาเริ่มมีความรู้สึกอยากได้และครอบครองเขาไว้แต่เพียงผู้เดียว เธอจึงวางแผนที่จะกำจัดมุตาฟาไปให้พ้นทางซะ รามายาวางแผนให้มุตาฟาไปเก็บอัญมณีที่อยู่ในส่วนท้ายสุดของสวนสนธยา ซึ่งส่วนนั้นมีรอยแยกของแผ่นดินที่เกิดขึ้นจากความไม่สมบูรณ์ในการสร้างสวนนี้ โดยหลอกมุตาฟาว่าจะมีอัญมณีที่สวยงามมากอยู่ที่นั้นและตั้งใจจะเอามาเป็นของขวัญให้กับเขา มุตาฟาไม่ติดใจอะไรจึงไปที่ส่วนท้ายของสวนสนธยากับเธอ เมื่อถึงส่วนท้ายของสวนรามายาก็ทำทีเก็บอัญมณีเพื่อรอให้มุตาฟาไปใกล้รอยแยกของแผ่นดิน และเมื่อสบโอกาสเธอจึงผลักมุตาฟาเพื่อหวังให้ตกไปในรอยแยก ว่ากันว่าถ้าใครตกไปในรอยแยกนั้นจะไม่สามารถกลับขึ้นมาได้อีกเป็นครั้งที่สอง

......โชคยังดีที่มุตาฟาได้ดอกบัวดำแสงและของอัญมณีที่เก็บมาช่วยพยุงตัวไว้จึงรอดมาได้ เธอโกรธรามายามาก เรื่องราวรู้ไปถึงหูของเขา เขาจึงทำการลงโทษรามายาโดยการที่ให้เธอรู้จักความกลัว รามายาต้องทนทุกข์ทรามานกับความหวาดกลัวเป็นเวลากว่าร้อยปี เธอจึงเคลียดแค้นมุตาฟามาก ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เธอต้องทรามานถึงขนาดนี้ เธอจึงวางแผนที่จะฆ่ามุตาฟาอีกหลายครั้ง มุตาฟาเห็นว่าตัวเองถูกปองร้ายจึงได้มีการตอบโต้กลับไปบ้าง ด้วยอำนาจของทั้งสองคนที่เข้าปะทะกัน จึงสร้างความเสียหายให้กับสวนสนธยาเป็นอย่างมาก เขาเห็นเป็นเช่นนั้นจึงได้ออกมาห้ามทั้งสอง แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ ทั้งคู่ต่างหน้ามืดตามัวหวังแค่เพียงว่าจะต้องกำจัดอีกฝ่ายให้ได้เท่านั้น เขาทนไม่ไหวกับสภาพเช่นนี้และเศร้าเสียใจที่ได้สร้างทั้งสองขึ้นมา เขาจึงตัดสินใจที่จะออกไปจากดาวดวงนี้ แต่ก่อนที่จะออกไปเขาได้ทิ้งจิตส่วนของเขาลงไว้ที่ส่วนท้ายสุดของสวนสนธยาเพื่อคอยดูแลปกป้องสวนนี้ไม่ให้ดับสลายไป เพื่อหวังว่าวันใดวันหนึ่งเขาจะกลับมาที่สวนนี้อีกครั้ง

มุตาฟา...

รามายา...

ภาพที่เอามาเป็นภาพร่างของตัวละครทั้งสองในตอนนี้ครับ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากในเนื้อเรื่องตอนต่อไปครับ ไว้ว่างไจลงมีมาให้ดูนะครับ

เร็วๆนี้จะเอาตอนที่สองมาให้อ่านนะครับ ติชมกันได้นะครับ


สักวันจะมีความสุขเหมือนสองคนนี้ให้ได้

ลากันด้วยแคนโต้เช่นเคยครับผม

เพียงหนึ่งก้าว

สร้างโอกาส

ได้เป็นล้าน

ว่ากันว่าแม้จะสูญเสียความสุขไปกี่ครั้ง ก็จงตามมันคืนมาให้ได้

ถ้าเป็นงั้นจริงผมก็คงไม่สามรถเลิกติดตามสาวแว่นได้เช่นกัน

สุขภาพแข็งแรงนครับ

Comment

Comment:

Tweet



แวะมาทักทายก่อน ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะ
วันนี้ยังไม่อ่านนะ คนแก่ง่ะ..สายตาแย่ลงแย่ลง

แล้วจะมาทักทายบ่อยๆนะจ๊ะ
ฝันดีราตรีสว้สดิ์จ้ะ
#14 by P Pu At 2007-04-03 22:29,
เข้ามาอ่านจ้า
#13 by ปู๊น~ปู๊น At 2007-04-03 10:14,
หวัดดีค่า
ไม่ได้เข้ามาตั้งนาน

ฟิคสนุกดีค่ะ ตอนแรกขี้เกียจอ่าน แต่พออ่านแล้วติดลมเลย 555
#12 by choco At 2007-03-31 16:51,
ดีขึ้นนะ เรื่องคำผิดยังมีอยู่จุกนึง
ตรงคำว่า "เคลียดแค้น" ซึ่งมันน่าจะใช้คำว่า "เคียดแค้น" แทนรึเปล่า?

เหมาะกับการเป็นเทพนิยายหรือนิตาก็ได้แล้วแต่คนแต่ง สำนวนการเล่าและสุราที่ใช้ เป็นเชิงบรรยายทำให้อ่านง่ายสบายแฮ

ยังติชมอะไรมากไม่ได้...ต้องลองอ่านอีกซัก2-3ตอนก่อน ค่อยมาด่าต่อ 555+

ปล.ไอ้เม้นท์แรกมันเป็นแมวน้ำอะไรวะ คิดว่าตัวเองเป็นพระครูธรรมโชติแห่งจดหมายลูกโซ่มรณะหรือไง ถึงต้องมาเจิม มาเป็นเม้นท์แรกด้วย หมั่นไส้จนไปถึงตับโว้ย
#11 by Oxitoxin At 2007-03-30 11:52,
เหมือนเรื่องเล่า หรือบทนำเลยพี่ชาย รีบๆทำต่อแหละจะอ่าน ขอหนุ่มแว่นสักคนดิ
ไม่คิดจะเอาเรื่องของเจรี้กะซาซ่าจังมาแต่งมั้งหรอ
คู่นั้นออกนะน่าร้าก กั่กๆๆๆๆๆๆๆ
โดนเฉพาะฮาสึแองจี้และอาสึเดวี่ หึหึ
จิ้นได้แบบว่าต่อมหื่นกระจายเลย กั่กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
#10 by คนที่พี่รู้ว่าใคร หึหึ (124.120.201.45) At 2007-03-29 09:58,
เดินเรื่องเร็วดีจังแฮะ
ปรื๊ดดดเดียวจบ
#9 by aizen_Princess Of Oracle Squard (61.7.149.192 /61.7.149.192, 61.7.149.192) At 2007-03-28 21:04,
ฟิคชั่นก็ดีนะ ฝึกแต่งไปเรื่อยๆนะจ๊ะ ดูท่าจะรุ่งนะเนี่ย อิอิ อ้อ รูปสาวแว่นเนี่ยดูยังเด็กๆๆอยู่เลย อิอิแอบโชว์แขนอ่อนซะด้วย
#8 by ^^PB^^ At 2007-03-28 11:12,
รูปสุดท้าย จักกะแร้ต้องปรับปรุง
















































งิงิงิงิ
#7 by :: ipup :: At 2007-03-27 17:21,
Oh!! That's Greats. (Jun Suemi)
#6 by T (125.25.155.41) At 2007-03-26 15:52,
ก๊ากกกกก วันนี้มารูปแบบจริงจังไปปะ เอาสะหน้ากลัวอะ เหอๆ แต่ก็ไม่พ้นสาวแว่นอยู่ดีไง เหอๆ
#5 by Kra"JeeDz"RiD (58.9.49.237) At 2007-03-26 15:11,
ฟิคก็โอเคนะสั้นดีนะเน้อ~

แต่ชอบรูปรามายา

นมตู้มมมมดีหุหุ= ="

เอ่อว่าแต่ถ้าตกเก้าอี้ท่าแอลนี่

สนุกจิงๆเหรอ - -

ไว้จะลองทำมั่ง555+

แล้วคัตโตะ

จะเรียกท่านพี่ว่าไรดีง่ะ
#4 by คัตโตะคุง At 2007-03-26 09:46,
ชอบ ราเซฟอน ภาคแรกมากมาย~~~~

ชอบฟิคพี่นะเนี่ย มันดูเป็นศิลปะดี แต่น้าจะไส่พรรณาโวหารให้มากกว่านิดนะพี่ มันจะได้ดูยาวๆดี - -"

เอ่อ...ความเห็นส่วนตัว...ทำไมท่าทางมุตาฟาน่าจะเป็นตัวร้ายมากกว่ารามายาอีกอะ สำหรับผมนะ
#3 by ~Sky Walk WayZ~ At 2007-03-25 23:36,
โอ๊ย! หมั่นไส้คนบ้าเม้นแรกโว้ยยย ฮิ้่วววววววววว (หยอกเล่น ฮิๆ)

อืม ฟิคท่าทางโอเคนะค่ะ ตอนแรกเริ่มมันดูกันไม่ออกหรอกว่าจะเม้นว่าดีหรือไม่ดียังไง แต่เท่าที่ดู มันดูเป็นการเล่าที่กระชับดี หลังจากนี้พอถึงจุดที่สมควรเน้นคงจะใส่รายละเอียดมากกว่านี้หล่ะเนอะ ฮ่าๆๆ

เห็นรูปมุตาฟาแล้วอยากเก็บไปวาดมั่ง สวยดีหงะ นั่งบนบัว (ชอบชุดแนวนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ฮ่าๆๆๆ)
#2 by .:: Milo Studio ::. At 2007-03-25 19:35,
มาเจิมให้เมนต์แรกนะไอ้หลานเอ้ย

ฟิคก็โอดี ตอนแรกขี้เกียจอ่านแต่ไม่มีอะไรทำก็ลองอ่านดู อิอิ
เอาเป็นว่ารออ่านภาค 2 ของท่านซแมนต้าผู้ที่มีแต่คนร๊ากกกกนะเว้ย

ปล. เด๋วนี้กวีแคนโต้เมิง คล้ายๆคำคมกรูนะ หึหึหึ
#1 by worapoj@~@ At 2007-03-25 10:43,