2007/May/12

......สวัสดีครับทุกๆคนยินดีต้อนรับเข้าสู่บล๊อกอันแสนวิเศษบล๊อกนี้อีกครั้งนะครับ ซึ่งก็ห่างหายไปนานพอสมควรกับการอัฟบล๊อกของผมอันเนื่องมากจากภาระกิจการงานที่เยอะเหลือเกิน ซึ่งพอหมดเดือนนี้ผมเองก็จะต้องกลับไปเรียนหนังสือตามปกติเจ้านายที่น่ารักเห็นดังนั้นจึงรีบใช้งานผมให้คุ้มแน่ๆเลย แต่ว่าช่วงเวลากว่าสามเดือนที่ผมได้มีโอกาสทำงานที่บริษัทนี้นอกจากจะได้วิชาความรู้และประสบการณ์ต่างๆมากมายแล้ว ผมยังได้ความประทับใจจากพี่ๆทุกคนที่อยู่ที่นั้นด้วย ทุกคนเป็นกันเองและคอยช่วยเหลือผมอยู่ตลอดเวลา ผมรู้สึกขอบคุณพวกเขาจากใจจริงๆครับ

......มาครั้งนี้ผมได้เตรียมฟิคชั่นเรื่องยาวที่เคยลงตอนแรกไปแล้วครั้งนึงเมื่อประเดือนที่แล้ว และตั้งใจจะลงต่อเนื่องไปจนจบเนื่องจากผมตั้งใจจะเก็บรายละเอียดของเนื้อเรื่องให้ได้ทั้งหมดจึงใช้เวลาค่อนข้างนานหน่อยในการอัฟแต่ละครั้งเพราะฉะนั้นต้องขออภัยผู้ที่ติดตามอ่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ และต้องขอขอบคุณทุกท่านที่มาอ่านฟิคชั่นเรื่องนี้ของผมจริงๆครับ

......เรื่องราวดำเนินมาจนถึงตอนที่สอง ผมได้เลือกเล่าเรื่องเจาะไปถึงการเกิดของมุตาฟาและจะมีส่วนหนึ่งไปตรงกับตอนแรกซึ่งผมได้เพิ่มรายละเอียดไว้ในตอนนี้ แต่เนื้อเรื่องช่วงนี้อาจจะยังวนอยู่ ณ จุดเวลาเดิมเพราะฉะนั้นท่านผู้อ่านอาจจะสับสนกับเนื้อเรื่องบ้าง แนะนำให้กลับไปอ่านตอนแรกประกอบเพื่อความเข้าใจอีกทีนะครับ

http://rapinsamanta.exteen.com/20070325/entry ลิงค์นี้เป็นส่วนของตอนแรกครับ สามารถเข้าไปอ่านกันได้ตามสะดวกครับผม

...................................................................

บันทึกสงครามแห่งแอนโคน่า

บทนำที่ 2

มุตาฟา

......หากความมืดมิดทำให้เกิดซึ่งความหวาดกลัวและสิ้นหวัง แสงสว่างก็คือประกายอันเจิดจ้าที่คอยนำงานเราไปสู่ความหวัง ทันทีที่เขาพูดประโยคนั้นจบบนพื้นดินที่มีชิ้นส่วนของเขาก็พลันมีแสวงสว่างส่องประกายขึ้น แสงนั้นลอยร่วงไปตกบนสระน้ำที่เต็มไปด้วยดอกบัวและตกลงบนดอกบัวดอกหนึ่งในสระบัว เมื่อนั้นบัวที่บานอยู่ดอกนั้นก็หุบลงห่อหุ้มแสงนั้นไว้ เขาเฝ้ามองดอกบัวดอกนั้นด้วยความปลื้มปิติดีใจเหมือนกับตนได้ทำสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งสำเร็จ

......ดอกบัวสีชมพูนวลที่ห่อหุ้มแสงนั้นค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีดำและดอกบัวทั้งสระก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีดำเช่นกัน น้ำในสระค่อยๆแห้งเหือดลงบัวดอกนั้นค่อยๆขยายขนาดขึ้นจากดอกตูมกลายเป็นดอกบาน เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ต่อไป แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเฝ้ามองมันอย่างเงียบๆและเฝ้าภวานาในใจให้ทุกอย่างฝ่านพ้นไปได้ด้วยดี ทันใดนั้นดอกบัวดำดอกใหญ่ดอกนั้นก็บานออกจนสุด เปลวไฟพวยพุ้งขึ้นฟ้า ภายในนั้นปรากฏร่างหญิงสาวอันมีหน้าตาสละสวยและผิวพรรณสะอาดตาหมดจด บนใบหน้าของนางใต้ตาซ้ายมีใฝอยู่เม็ดนึงและรอบกายนางมีแสงสีนวลซึ่งเป็นแสงสีเดียวกับสวนแห่งสนธยาทีหน้าฝากของนางมีอัญมญีสีแดงเข้มติดอยู่ซึ่งนั้นเคยเป็นชิ้นส่วนของเขาที่ใช้สร้างนาง หญิงสาวผู้นี้กำเนิดจากชิ้นส่วนของเขา แสงสว่าง และดอกบัวดำเขาตั้งชื่อนางว่า มุตาฟา

(ภาพประกอบนะจ๊ะ)

......เนื่องจากมุตาฟาถูกสร้างจากแสง รอบกายของนางจึงถูกรายล้อมด้วยแสงสีนวลสวยตลอดเวลา นางมีพลังในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆได้เช่นเดียวกับเขา หน้าที่ของนางในสวนแห่งสนธยาก็คือการช่วยเขาสร้างสิ่งต่างๆขึ้นในสวนแห่งนี้ สิ่งที่นางสร้างก็อาทิเช่น ท้องฟ้า ผืนทะเลและมหาสมุทรอีกทั้งนางยังสร้างสิ่งมีชีวิตต่างๆไว้อีกมากมาย เช่น นกต่างๆ ปลา และสัตว์เลือดอุ่นเกือบทั้งหมด ล้วนแล้วแต่เป็นผลงานของนางทั้งสิ้น แต่สิ่งเหล่านั้นไม่สามารถคงอยู่ได้ด้วยตัวของมันเอง เพราะฉะนั้นนางจึงคอยมอบพลังให้สิ่งเหล่านั้นเพื่อที่จะได้ต่อไป

......นางยังมีน้องสาวอีกคนที่ถูกสร้างขึ้นจากชิ้นส่วนของเขาทีหลังชื่อ รามายา ทั้งคู่ต่างแบ่งหน้าที่กันดูแลส่วนแห่งแสงสว่าง แต่รามายานั้นเกิดจากความมืดซึ่งเป็นสิ่งตรงข้ามกับแสงสว่างจึงทำให้นางไม่ชอบพี่สาวของตนมากนักและยังคิดว่ามุตาฟาจะมาค่อยแย่งความรักของเขาไปจากนางอีก และนั้นทำให้นางคอยคิดหาหนทางที่จะสังหารมุตาฟาพี่สาวของนางอยู่ตลอดเวลา แต่แผนการของนางก็ไม่เคยประสบผลสำเร็จเลยสักครั้ง แต่ยังมีครั้งนึงที่นางเคยเกือบทำสำเร็จ นั้นก็คือการวางแผนให้มุตาฟาไปเก็บอัญมณีที่ตรงส่วนท้ายสวนแห่งสนธยา ซึ่งเป็นส่วนที่มีอัญมณีเยอะที่สุดในสวนแห่งสนธยาจึงเรียกว่าท้ายอุทยานอัญมณี รามายาล่อหลอกมุตาฟาว่าให้ไปช่วยกันเก็บอัญมณีมาเพื่อใช้ร้อยครื่องประดับเป็นของขวัญให้แก่เขา เมื่อทั้งคู่ไปถึงอุทยานอัญมณีรามายาทำทีเก็บอัญมณีเพื่อให้มุตาฟาตายใจ เมื่อเห็นท่าทีของมุตาฟาไม่เคลือบแคลงสงสัยจึงหลอกล่อให้นางไปที่ส่วนท้ายสุดของอุทยานอัญมณีว่าที่นั้นมีอัญมณีสีนิลเม็ดใหญ่ที่สวยงามมากอยู่เม็ดหนึ่ง ถ้านำมาทำเครื่องประดับเป็นของขวัญให้เขาจะต้องเป็นที่ประทับใจแน่ๆ เมื่อได้ยินดังนั้นนางจึงไม่รอช้ารีบไปที่ส่วนท้ายของอุทยานทันที ดังนั้นจึงเข้าตามแผนของรามายา ที่ส่วนท้ายของสวนแห่งสนธยามีรอยแยกของแผ่นดินซึ่งเป็นผลของการสร้างอันไม่สมบูรณ์ที่สุดของเขาซึ่งบริเวณนั้นอยู่ไม่ไกลกับอุทยานอัญมณีนัก ว่ากันว่าหากใครตกลงไปในรอยแยกนั้นจะไม่สามารถขึ้นมาได้อีกเลย

......เมื่อมุตาฟาพบอัญมณีสีนิลซึ่งต้องการจะนำไปใช้ทำเครื่องประดับแทรกอยู่กับหินปลายแหลม นางจึงพยามยามที่จะเก็บมันมาไว้ และด้วยเหตุนี้นางจึงไม่ทันระวังตัวเพราะสนใจแต่อัญมณีสีนิล รามายาเห็นดังนั้นจึงสั่งให้ลมพัดมุตาฟาหวังให้นางตกลงไปในรอยแยกของแผ่นดิน แต่โชคดีที่ดอกบัวดำที่ให้กำเนิดนางและแสงของอัญมณีช่วยพยุงตัวไว้ไม่ให้นางตกลงไป รามายาเห็นดังนั้นจึงรีบหนีกลับไปที่ส่วนของสวนแห่งสนธยาก่อนและเหตุการณ์ในครั้งนี้เองได้นำพาความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาสู่ดวงดาวดวงนี้.....

มุตาฟา ราชินีแห่งแสงสว่าง

..................................................................

......จบไปแล้วนะครับกับตอนที่สองของฟิคชั่นเรื่องนี้ เนื้อเรื่องยังไม่เดินถึงไหนแต่ไม่เกินสองถึงสี่ตอนก็จะจบช่วงของบทนำแล้ว แต่ก็ยังไม่เข้าสู่เนื้อเรื่องหลักอยู่ดี แต่คิดว่าคงจะมีตัวละครอื่นๆออกมาให้ไม่เบื่อกันเยอะเลยล่ะครับ ชอบไม่ชอบยังไงก็ติชมกันมาได้นะครับยินดีรับฟังและจะนำไปแก้ไขในโอกาสต่อๆไปครับ วันนี้ต้องขอลาจากกันแต่เพียงเท่านี้นะครับ

"ในความมืด สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือแสงสว่าง ข้าแค่วิ่งไปหามันก็เท่านั้น"

{พาร์น :หนึ่ง 6 ผู้กล้าแห่งโลดอส, แม่ทัพกองทัพอัศวินอิสระแห่งโลดอส, ชายผู้วิ่งหากองไฟเพื่อช่วยผู้อื่นเป็นคนแรกและถูกความมืดกลืนกินเป็นคนสุดท้าย}

แม้จะได้พบเจอกันเพียงแค่ครั้งเดียว แต่ก็ทำให้รู้ว่าเธอนั้นแหละคือธิดาจากฟากฟ้าที่ทวยเทพส่งมาให้เรา

สุขภาพแข็งแรงทุกๆคนนะครับ

Comment

Comment:

Tweet


นู๋ตาลายไปหมดแย้ว

เล่าย้อนยังงี้

คิดถึงสตาร์วอร์
#8 by aizen (61.7.164.230 /61.7.164.230, 61.7.164.230) At 2007-05-17 21:02,
จริงจังไปเปล่ากับสาวแว่น ฮ๋าๆๆๆๆโหเยอะอะขี้เกียจอ่านฮ่าๆๆๆ เม้นๆๆ
#7 by JEEDJARD (58.9.40.195) At 2007-05-14 20:49,
อัพอีกแล้วหรือเพื่อน ว่าแต่สาวแว่นนี้เกี่ยวข้องยังไงกะเนื้อเรื่องหว่า ภาพประกอบนี่สวยจริงๆ

จองเม้นท์ที่ 6 หล่ะกัน ...............
#6 by Tontz At 2007-05-14 13:01,
อ่านๆมา มันตอนเดิมนี่นา

เล่าย้อนนี่เอง...อืมๆ

ผมว่าคราวนี้ อ่านได้ลื่นไหลกว่าคราวที่แล้วนา

นอกเรื่องนิด รูปรองสุดท้ายใช่เรื่องเดียวกับ Lodoss of War ป่าว เคยอ่านครั้งนึง มันเป็นมหากาพย์อีกเรื่องนึงอะป่าว เพราะรู้สึกที่เคยอ่านไม่ได้แต่งตัวแบบนี้นะ
#5 by ~Sky Walk WayZ~ At 2007-05-13 18:18,

แม่อ่านมั่งไม่อ่านมั่งเลยปะติดปะต่อไม่ค่อยได้จ้ะ
แต่เอนทรีนี้แม่ชอบภาพประกอบมากนะโดยเฉพาะภาพแรกอยากใส่กรอบใหญ่ๆแต่งบ้านเลยนะนั่น

คิดถึงนะลูก เปิดเทอมแล้วตั้งใจๆขยันๆมากๆ นะจ๊ะ
อีกไม่นานก็จะพบความสำเร็จจ้ะ เป็นกำลังใจจ้ะ
#4 by P Pu At 2007-05-13 09:18,
เย้ๆ เมนต์ 3 จำไว้เลยนะ คุณเจ๊ไมโล มาแย่งเมนต์แรกไป แถมมีจองเมนต์ด้วย หุหุ

เป็นการเล่าย้อนเรอะ ก็โอดีนะ ว่าแต่ตัวหนังสือติดพืดเลย อ่านยากไปหน่อย ดูแล้วตาลาย

น่าจะเคาะเว้นบรรทัดหน่อย

ปล. ตอนแรกกะเนียนไม่อ่านแล้ววว เหอๆ
#3 by worapoj@~@ At 2007-05-13 01:34,
อืม....
ความจิงเนื้อหาก็ดูเป้นการขยายตอนที่หนึ่งดีเลยนะท่าน แต่นำเสนอในมุมของมุตาฟา

แต่คอมเม้นหน่อยเรื่องภาษา ปรับให้เป็นภาษานิยายก่านี้อีกนิด เช่นว่า "ดังนั้นเธอจึงรุดหน้าไปยังสถานที่เก็บอัญมณีกับน้องสาว" อะไรแบบนั้นเพราะมันจะทำให้ได้อารมณ์ว่าเป็นมุมมองที่โฟกัสไปที่มุตาฟามากกว่านี้อานะ

สู้ๆ รออ่านต่อไป ฮิๆ

#2 by .:: Milo Studio ::. At 2007-05-12 23:27,
เม้นแรกๆๆๆๆๆ
กันไว้ก่อน ก่อนจะมีคนมาคว้าเอาไป!
ฮ่าๆๆ!!

#1 by .:: Milo Studio ::. At 2007-05-12 23:21,