2007/May/25

......สวัสดีครับทุกๆท่าน ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล๊อกอันแสนวิเศษบล๊อกนี้ของผมอีกครั้งนะครับ มาอัพอย่างต่อเนื่องแบบนี้ได้ 2-3 เอนทรี่ได้แล้ว แท็กที่โดยมาก็ทำไปครบหมดแล้ว(มั้ง)คราวนี้ก็อยากจะอัพเรื่องที่อยากอัพบ้าง

......เมื่อหลายอาทิตย์ก่อนผมเจอหนังน่าสนใจอยู่เรื่องนึง แน่นอนครับเป็นหนังญี่ปุ่นอีกแล้วบล๊อกผมไม่ค่อยเชียร์หนังชาติอื่นเท่าไหร่หรอก จะมีก็แต่หนังไทยกับญี่ปุ่นนี่แหละยิ่งเป็นหนังเกาหลียิ่งไม่ต้องพูดถึง ยากที่จะได้เห็นในบล๊อกผมถึงจะเป็นหนังเอเชี่ยด้วยกันก็เถอะ

......เรื่องที่ผมจะเอามาแนะนำวันนี้อาจจะหาดูได้ยากหน่อยซึ่งในตอนที่ลงในเอนทรี่นี้นั้นออกจะกโรงแล้วรึยัง เรื่องนี้เข้าฉายที่โรงภาพยนต์ house RCA ที่เดียวเท่านั้น น่าเสียดายผมอาจจะไม่ได้ดูในโรงด้วยซ้ำ เรื่องนี้ผมได้มีโอกาสได้อ่านเรื่องย่อมาจากเว็ปต่างๆมาแล้ว น่าสนใจมากเป็นหนังที่ได้รับการการันตีจากหลายๆสถาบันหนังในญี่ปุ่นและต่างประเทศมาแล้วว่าดีจริง ผมจึงอยากเอาหนังเรื่องนี้มาบอกต่อกับหลายๆคน ซึ่งตัวปมเองคงไม่ได้ไปดูในโรงแน่คงรอแผ่นมากกว่า ยังไงใครมีโอกาสก็ไปดูนะครับ

......ไม่พูดมากและไปพบเรื่องย่อกับ Memories of Matsuko หนังคุณภาพสีสวยอีกเรื่องเลยครับ

.

โปสเตอร์ครับกระผม

ชื่อเรื่อง : Memories of Matsuko

นำแสดง : มิกิ นากาทานิ (นางเอกเดนฉะโอโตโกะภาคหนังโรง) เอตะ นากายามะ

กำกับการแสดง :เท็ตสึยะ นากาชิมะ (Kamikaze Girls)

ประเภท :ตลก / ดรามา / เพลง

เข้าฉายวันที่ : 3 พฤษภาคม 2007 (ที่โรงภาพยนตร์ house เท่านั้น)

......

.....

....

...

..

เรื่องย่อ

"ฉันเกิดมาทำไม?" เชื่อว่าทุกคนน่าจะเคยตั้งคำถามนี้กับตัวเองอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต ซึ่งในยามมีความสุข ก็คงไม่ใช่เวลาที่ใครจะมาตั้งคำถามระดับอภิปรัชญาแบบนี้ เฉพาะมีความทุกข์หรือมีความผิดปกติในชีวิตเท่านั้นแหละ ที่เราสงสัยกันเหลือเกินว่า พระเจ้า โชคชะตา หรือเวรกรรม ส่งข้าพเจ้ามาลืมตาบนโลกนี้ด้วยเหตุผลกลใด

เป็นไปได้หรือไม่ว่า คำถามนี้เกิดขึ้นเพราะขณะนั้น เรากำลังขาดทั้ง "เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ" และขาด "เป้าหมายในชีวิต"


หญิงสาวนาม "มัตสึโกะ" (มิกิ นากาทานิ) ในภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่อง "Memories of Matsuko" คือตัวอย่างหนึ่งของผู้ที่ประสบสภาวะนั้น โดยเธอไร้สิ่งยึดเหนี่ยวมาตั้งแต่วัยเด็ก เพราะครอบครัวไม่สามารถทำหน้าที่นั้นให้เธอได้

เด็กหญิงมัตสึโกะรู้สึกว่าตนได้รับความรักไม่เพียงพอ เธอเห็นว่าพ่อมัวแต่เอาใจใส่น้องสาวที่กำลังป่วยมากกว่าจะสนใจให้ความอบอุ่นเด็กแข็งแรงอย่างเธอ กระนั้น มัตสึโกะก็ยังไม่ยอมแพ้ โดยเฉพาะเมื่อเธอค้นพบว่าอะไรที่ทำให้พ่อยิ้มได้ เด็กหญิงก็จะทำสิ่งนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อเอาชนะผู้ชายคนนี้ แม้ว่าวิธีที่ว่าจะใช้ไม่ได้ผลทุกครั้งไปก็ตาม



ในยามเติบโต ความน้อยใจที่มีให้ครอบครัว ผสมกับการบาดเจ็บจากเรื่องเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นในโรงเรียนที่ตนเป็นครูอยู่ ก็เป็นเหตุทำให้มัตสึโกะในวัยสาวต้องหลบลี้หนีหน้าจากบ้านเกิด เธอถูกตัดญาติขาดมิตรและต้องเดินด้วยลำแข้งของตัวเอง แต่ด้วยความที่มีพื้นฐานจิตใจไม่แข็งแรง เนื่องจากไม่ได้รับความอบอุ่นมากพอ มัตซึโกะจึงกลายเป็นหญิงขี้เหงา ที่ต้องการใครสักคนมาอยู่ข้างกายตลอดเวลา

"จะให้ไปลงเหวหรือตกนรกที่ไหนฉันก็ยอม ขอแค่ให้ได้อยู่กับผู้ชายคนนี้" มัตสึโกะกล่าวกับเพื่อนสาวที่เข้ามาห้ามไม่ให้เธอคบกับ "ผู้ชายเลวๆ"

"จะถูกเขาตี หรือถูกฆ่าก็ไม่เป็นไร" เธอว่า "ยังไงก็ดีกว่าอยู่คนเดียว"



และน่าแปลกที่ชีวิตมัตสึโกะมักจะเกี่ยวข้องกับผู้ชายที่รักการใช้กำลังกับเธออยู่เสมอ แต่หนังก็ไม่ทำให้ผู้ชมเกลียดคนเหล่านี้ไปเสียทีเดียว เพราะยังแสดงให้เราเห็นว่า แท้จริงแล้วพวกเขาก็ป่วยไข้ และขาดเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจไม่ต่างกับเธอ

"ขอโทษที่ฉันเกิดมา" ชายคนหนึ่งเขียนคำร่ำลากับมัตสึโกะอย่างนั้น ก่อนจะจากเธอไปอย่างไม่มีวันกลับ เช่นเดียวกับชายอีกคนที่คิดว่า สิ่งดีๆ ในชีวิตประการเดียวที่เขาจะให้ผู้หญิงคนนี้ได้ คือการไปจากชีวิตเธอ

พวกเขาทำไปโดยที่ไม่รู้เลยว่า มันยิ่งทำให้หญิงสาวเจ็บปวดขึ้นอีกเท่าทวีคูณ

"มันเหมือนกับว่าชีวิตฉันจะจบลงตรงนั้น" เธอบอกอย่างนี้หลายครั้งหลังการลาจาก ทว่า มัตสึโกะก็ยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ทุกครั้งเช่นกัน แม้ในครั้งที่เธอเจ็บปวดที่สุด จนคิดว่าจะไม่ให้ความเชื่อใจแก่ใครอีกแล้ว มัตสึโกะก็ยังมีลมหายใจอยู่ได้ นั่นก็เพราะเธอยังมีความรัก



"คนเราไม่ได้ตัดสินกันตรงที่ว่าเราได้อะไร แต่อยู่ที่ว่าเราให้อะไร"

"Memories of Matsuko" ไม่ได้นำเสนอเรื่องของหญิงสาวผู้ซวยซ้ำซวยซ้อนคนนี้ตรงๆ แต่เลือกที่จะเล่าผ่าน "โช" (เอตะ นากายามะ) หลานชายวัยรุ่น ที่มีโอกาสได้ทำความรู้จักกับป้าของเขาก็ต่อเมื่อเธอได้จากโลกนี้ไปแล้ว โดยแต่เดิม โชเป็นเด็กต่างจังหวัด ทว่า เขาก็ตัดสินใจเดินทางมาเมืองหลวงเพื่อตามหาความฝันของตัวเอง

"ทุกคนมีฝัน แต่มีบางคนเท่านั้นที่ทำตามความฝันของตัวเองสำเร็จ, แล้วคนที่เหลือล่ะ?"



โชอยากเป็นนักดนตรี แต่สิ่งที่เขาทำในแต่ละวันคือการเช่าหนังโป๊มาดู ส่วนกีตาร์ของเขานั้นฝุ่นเกาะจนหมด แต่แล้ววันหนึ่ง เรื่องราวของป้าก็ได้เดินทางมาสะกิดฝุ่นกีตาร์นั้น

เขาได้รู้ว่าป้าของตัวเป็นผู้ที่รักการร้องเพลง แต่สุดท้ายเธอก็เป็นได้แค่สาวบาร์ คนขี้คุก ที่ดีหน่อยก็มีแค่การได้เป็นช่างตัดผมเท่านั้นเอง

ซึ่งอันที่จริง ชีวิตหญิงสาวก็ไม่ได้จะต้องประสบความสำเร็จด้วยการเป็นนักร้องอะไรให้วุ่นวายหรอก เพราะ "เป้าหมาย" ในชีวิตของเธอจริงๆ ก็ได้แก่การได้ "กลับบ้าน" เพียงเท่านั้นเอง

"ถ้าท้องหิวก็กลับบ้านเราเถอะ" เพลงที่มัตสึโกะร้องมีเนื้อหาอย่างนั้น แต่เธอไม่ได้ทำตามคำแนะนำที่ว่า เพราะยามหิวรัก มัตสึโกะเลือกที่จะให้ผู้ชายอื่นเป็นคนทำให้อิ่ม ไม่ใช่ครอบครัว ทั้งๆ ที่มันคือสิ่งเดียวที่เธอถวิลหาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเหตุที่ไม่กล้ากลับไป ก็อาจเป็นเพราะเธอคิดว่าตัวเองไม่มีค่าพอสำหรับใครก็ได้



"ขอโทษที่ฉันเกิดมา" เธอจารึกคำนั้นไว้บนกำแพง "บ้าน" หลังสุดท้ายของชีวิต

โชได้เรียนรู้หลายอย่างจากชีวิตของป้า เราอาจไม่ได้เห็นความเป็นไปของเขาหลังจากนั้น แต่ก็เชื่อว่า คำตอบต่อคำถามที่ว่า "ฉันเกิดมาทำไม?" ของโชย่อมไม่เหมือนเดิมแน่นอน

จากที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นว่าชีวิตของตัวละครเอกใน "Memories of Matsuko" จัดว่าเข้าขั้นรันทดเหลือหลาย ทว่า หนังกลับเลือกใช้ภาพที่มีสีสันจัดจ้าน สดใส มีสไตล์หวือหวา แถมยังสวยจัดในการนำเสนอ อีกทั้งยังมีเพลงและดนตรีประกอบที่แสนคึกคักฮาเฮ มิหนำซ้ำนักแสดงก็เล่นกัน "ใหญ่" ราวกับตัวละครในหนังการ์ตูนก็ไม่ปาน

ซึ่งนั่นก็ทำให้คนดูเกิดอาการกระอักขึ้นมาทันที เพราะฉากที่ในเวลาปกติน่าจะขำ เรากลับหัวเราะกันไม่ออก โดยเฉพาะกับบางฉาก ที่เราถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ทว่า ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน หนังก็กลับทำท่าทะลึ่งทะเล้นขึ้นมาเสียนี่

ที่เป็นอย่างนี้ก็อาจเป็นเพราะหนังต้องการจะบอกคนดูว่า อย่ามัวแต่โศกเศร้าหรือขบขันกับชะตาชีวิตของตัวละครให้มากนักเลย เพราะยังมีสารอีกมากมายที่พวกเขาต้องการให้เรารู้สึกและคิดตาม

ซึ่งสิ่งนั้นก็สามารถปลดปล่อยสิ่งที่คั่งค้างอยู่ในใจเราได้ ไม่แพ้การระเบิดเสียงหัวเราะหรือหลั่งน้ำตาแต่อย่างใด

...................................................................

ทำไมต้องไปดู Memories of Matsuko

* Memories of Matsuko หนังเรื่องนี้สีสวยมากๆๆๆ(เปรียบเทียบของไทนก็หมานคร) ใครที่เข้าได้ดู Kamikaze Girls ผลงานเรื่องก่อนของผู้กำกับท่านนี้คงจะทราบกันดีเรื่องการทำสีสวยๆในหนังให้เราได้ชม จึงแนะนำว่าควรดูในโรงหนังมากๆ


* Memories of Matsuko เข้าชิงรางวัลเจแปน ฟิล์ม อวอร์ดส์ ถึง 9 รางวัลด้วยกัน (รวมทั้งสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและผู้กำกับยอดเยี่ยม) และสามารถคว้ามาได้ 3 รางวัล คือ ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม (แกเบรียล โรแบร์โต และ ซึโยชิ ชิบูยะ), ลำดับภาพยอดเยี่ยม (โยชิยูกิ โคอิเกะ) และ รางวัลนักแสดงนำหญิง ของ มิกิ นากาตานิ ซึ่งได้รับการลงมติว่าเป็นบทนำหญิงที่มีสีสันที่สุดในปี 2006


* Memories of Matsuko ได้รับคัดเลือกจาก บลู ริบบอน อวอร์ดส์ (เวทีประกวดภาพยนตร์ที่น่าเชื่อถืออีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น) ให้เป็น 1 ใน 10 ภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่ดีที่สุดในปี 2006 ที่ผ่านมา เคียงข้างหนังอย่าง Hula Girls ซึ่งเป็นตัวแทนญี่ปุ่นไปชิงรางวัลออสการ์


* นิตยสารคีเนมะ จุนโป (Kinema Junpo) นิตยสารภาพยนตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ยกให้ Memories of Matsuko เป็นหนัง 1 ใน 10 ภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่ดีที่สุดในปี 2006


* ด้วยความที่เคยกำกับมิวสิค วิดีโอมาก่อน ผู้กำกับ เทตสึยะ นากาชิมะ เลยสร้างโลกของมัตสึโกะใน Memories of Matsuko ให้ออกมาสวยเหมือนนั่งดูมิวสิค วิดีโอสีฉูดฉาด และสอดแทรกด้วยงานศิลปะแบบป๊อบอาร์ตที่ถึงใจ ตามความตั้งใจของนากาชิมะที่อยากให้หนังเรื่องนี้เป็นที่รวบรวม งานพาณิชย์ศิลป์ ของญี่ปุ่นทุกอย่างมาใส่ไว้ด้วยกัน ตั้งแต่เพลงญี่ปุ่น การ์ตูนญี่ปุ่น แฟชั่นแบบญี่ปุ่น ฯลฯ


* แกรดี เฮนดริกซ์ นักวิจารณ์จากนิวยอร์ก ซัน ยกให้ Memories of Matsuko เป็นหนังต่างประเทศที่ดีที่สุดที่ยังไม่ได้รับการจัดจำหน่ายในอเมริกา ประจำปี 2006


* Memories of Matsuko ติด 1 ใน 10 บนตารางทำเงินทั้งๆ ที่ตัวหนังออกฉายไปแล้วเป็นจำนวน 5 สัปดาห์ และออกฉายด้วยจำนวนโรงที่น้อยกว่าหนังใหญ่ๆ เรื่องอื่นๆ นอกจากนี้ Memories of Matsuko ยังสร้างปรากฏการณ์กับคนดูด้วยการทำให้คนดูบางคนร้องไห้ แต่บางคนกลับหัวเราะออกมาในฉากเดียวกัน

....................................................

......มารอบนี้ไม่มามือเปล่าเอาเพลงจากเรื่องนี้มาให้โหลดกันแบบฟรีๆ ซึ่งผมได้โหลดมาฟังเป็นที่เรียบร้อบแล้ว ทั้งชุดมี 19 เพลงขอบอกว่าถูกใจผมเกือบทุกเพลง มีทั้งแนวคลาสสิกแบบที่ฟังแล้วนึกถึงการ์ตูนนิทานจากดิสนี่ย์หรือเพลงร๊อคมันส์ๆก็มี ที่สำคัญในชุดนี้ยังมีเพลงจังหวะสนุกๆแบบยุค 80 และสวิงแจ๊สอีกด้วยซึ่งถูกใจผมเป็นอย่างมากครับ อยากให้ทุกคนลองโหลดมาฟังกันครับรับรองไม่ผิดหวัง

ปกซีดีนะเออ

.

รายละเอียด OST Memories of Matsuko

Artist: VA
Title: Memories.of.Matsuko OST《松子被嫌弃的一生》(嫌われ松子の歌たち)
Label: ワーナーミュージック?ジャパン
Released: 2006/5/24
Rating: ★★★★

Tracks:

1. トゥリル トゥリル リカー / 木村カエラ
2. faker / ch feat. B-BANDJ
3. LOVE IS BUBBLE / BONNIE PINK
4. Dream Train / 及川リン
5. What Is A Life / AI & 及川リン
6. Endless / Joe Himeji feat. J.
7. Candy Tree / 及川リン
8. Happy Wednesday / 中谷美紀
9. まげてのばして / 湯浅亜美
10. 古い日記 / 和田アキ子
11. USO / 阿井莉沙
12. あなたの心に / 中山千夏
13. Feeling Good / Michael Buble
14. Walking On Springtime / Barbara Borra
15. Candy Tree - blossom ver. / 及川リン
16. Here, Always / Tommy Snyder & YOSHIKA
17. Shes What I Want To Be / ch
18. まげてのばして / 中谷美紀
19. Matsuko Medley / Matsuko Singers

http://www.mediafire.com/?czfjqgfjd2x<<<<<<โหลดตรงนี้นะเออ

สนใจสามารถตามลิงค์นี้ไปโหลดได้ครับ ฟรี!!!

................................

ขอบคุณข้อมูล http://www.matichon.co.th/, http://www.houserama.com

...................

"จิโยะจัง.....ทำไมเธอถึงบินได้ล่ะ"

{ โอซาก้า : เด็กผู้หญิงที่ชอบคิดเพ้อเจ้อเรื่อยเปื่อยคนหนึ่ง }

.

แม้จะถูกเติมแต่งด้วยเครื่องสำอางราคาแพงสักแค่ไหน ก็ไม่ช่วยให้หญิงสาวนั้นสวยงามขึ้นมาได้ เพราะความงามที่แท้จริงของพวกเธอนั้นอยู่ที่แว่นตานั้นเอง

สุขภาพแข็งแรงทุกคนนะครับ

Comment

Comment:

Tweet


เราอยากไ้ด้ชื่อเพลงตอนที่ตำรวจจะมาเจอมัตซึดกะอ่ะ ที่ร้องว่า  sayonara no koto..... คือเพลงอะไร ชื่อเำพลงอะไรค่ะ ช่วยด้วยยยยย จ้า
#38 by เฟิร์ส (103.7.57.18|171.99.86.207) At 2013-03-30 23:15,
ได้ดูวันนี้เอง 22/03/2013 จากทีวีดาวเทียม HDTV 2
หนังดีมากครับ ทำให้ต้องต้องชื่อผู้หญิงคนนี้ มัตสึโกะ

มัสจัง