......สวัสดีครับยินดีต้อนรับเข้าสู่บล๊อกอันแสนวิเศษบล๊อกนี้อีกครั้งนะครับ ก็นานพอสมควรนะครับที่ผมไม่ได้เข้ามาอัพบล๊อกน้อยๆบล๊อกนี้...แต่...นานกว่านั้นที่ไม่ได้เขียนเรื่องราวและความรู้สึกของตัวเองลงไปในบล๊อก ไม่นานมานี้ผมได้มีโอกาสคุยกับเพื่อนคนหนึ่งถึงวีธิการอัพบล๊อกของทั้งผมและมัน มันบอกผมว่าเดี่ยวนี้เวลาจะเขียนอะไรจะอัพอะไรก็ยากไปซะหมดไม่เหมือนช่วงแรกๆที่เริ่มทำบล๊อกที่แค่อยากคิดอยากเขียนอะไรก็จะทำได้เขียนได้หมด มันบอกกับผมว่าอาจเพราะพักหลังทั้งผมและมันสนใจตัวเลขคอมเมนต์เยอะเกินไป เลยไม่กล้าอัพเรื่องอื่นๆที่แปลกออกไปเพราะกลัวคนไม่อ่านไม่เมนต์เพราะงั้นหลังๆผมเลยอัพแต่รูปคอสเพลย์ติดๆกันหลายเอนทรี่เพื่อหวังตัวเลขตรงคอมเมนต์เยอะๆ แต่ตัวเลขจะมีความหมายอะไรถ้าตัวบล๊อกเองนั้นไม่ได้เขียนสื่งที่ตัวเองอยากเขียนและทำมันจากใจ...หากมองจากหน้าคอม...บล๊อกก็เหมือนกับอ่างเลี้ยงปลาที่เราจ้องมองดูการเคลื่อนไหวของมัน ตอนนี้ตัวผมที่อยู่ในบล๊อกอาจหลงทางอยู่ในอ่างเลี้ยงปลาขนาดใหญ่ก็เป็นได้
....
...
.
......เมื่อไม่กี่วันมานี้ผมเห็นบ้านหลังหนึ่งเป็นบ้านหลังใหญ่ที่มีเนื้อที่ค่อนข้างเยอะ ท่าทางจะเป็นบ้านของคนมีฐานะ ผมคุยกับเพื่อนที่ไปด้วยกันว่าถ้าบ้านหลังนี้ถูกขายไปจะเอาที่ดินไปทำอะไรดี มันถามผมกลับว่ามึงคิดว่าจะทำอะไร...ผมตอบไปว่าถ้าเป็นไปได้ผมอยากเอาที่ดินหลังนี้เป็นสถานที่พักผ่อนของคนทั่วไป มีหอศิลป์ มีห้องสมุด เป็นอาคารหลังเตี้ยๆ พูดยังไม่ทันจบไอ้เพื่อนรักมันก็ว่าผมว่าผมไม่รู้จักมองความจริง มันบอกถ้าเป็นมัน..มันจะสร้างเป็นอาคารสูงสัก 30 ชั้นแล้วเปิดให้คนเช่าพื้นที่ทำออฟฟิศ ผมถูกมันว่าซ้ำอีกว่าอายุตั้ง 20 กว่าๆแล้วหัดมองอะไรที่เป็นเรื่องเป็นราวบ้าง....อ้าว~แล้วไอ้ที่ความคิดผมมันห่างไกลความจริงขนาดนั้นเลยเรอะไร้สาระขนาดนั้นเลยเรอะ
....จากเหตุการณ์ครั้งนั้นผมกลับมานั่งคิดว่า....ไอ้คำว่าความเป็นจริงเนี่ยมันคืออะไร การที่เราอยากให้เกิดสถานที่ที่ให้ความสุขความสงบและความรู้แก่คนทุกเพศทุกวัยมันไม่มีทางเป็นไปได้เลยเรอะ และผมก็ไม่คิดว่าการสร้างอาคารสูง 30 ชั้นเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงความจริงแต่อย่างใด คนเรามีสิ่งที่มองต่างกันก็จริง ทั้งสิ่งแวดล้อม การงาน การอบรมสั่งสอน อาจรวมไปถึงอาหารการกิน แต่จิตสำนึกสากลของความเป็นมนุษย์นั้นเหมือนกันทั่วโลกสิ่งนั้นถูกแทนด้วยคำพูดว่า มีน้ำใจบ้าง รักบ้าง มันถูกยอมรับว่าเป็นสิ่งดีงามไม่ว่าการแสดงออกของรูปแบบจะต่างกันแต่หากบอกว่านั้นคือการแสดงออกซึ่งรักและน้ำใจละก็...ทุกคนย่อมยินดีรับมันแน่นอน เพราะอะไร....นั้นเพราะมันเป็นความจริงที่รับรู้และสัมผัสได้ทั้งๆที่มันออกจะเป็นนามธรรมด้วยซ้ำ ผมว่าความจริงแล้วจริงๆมันอาจจะไม่มีก็ได้ มันอาจจะเกิดขึ้นแค่เพราะมีคนสองคนสามคนหรืออาจร้อยคนมาเจอกัน ทำให้เกิดความจริงขึ้น....หรืออาจไม่ใช่อย่างนั้น.........?
....
...
..
.
.....ความจริงนั้นอาจมีอยู่ของมันเองแล้วแต่เรามองข้ามมันไป ที่เรารับรู้รับฟังและได้เห็นแล้วแท้จริงมันคือข้อเท็จจริงมิใช่ความจริง เหมือนกับตัวเลขคนคอมเมนต์ในบล๊อก เหมือนกับอาคารสูง 30 ชั้นหรืออาจเหมือนกับหอศิลป์และห้องสมุด เราเพียงสมมุติมันขึ้นมาเราจำลองมันขึ้นตามสิ่งที่เราเห็น มันอาจไม่มีอะไรก็ได้มันก็แค่เป็นของมันอยู่แล้ว....เหมือนกับ....ปลาทองขี้ลืมที่ว่ายวนอยู่ในอ่างโดยที่นึกว่าเป็นแม่น้ำก็ได้......
.
เพราะหากมองจากดวงจันทร์แล้วโลกอาจเหมือนอ่างปลาทองก็ได้?
แต่ความจริงข้อนี้ผมกลับกล้าพูดได้เต็มปากว่า...
ไม่มีอะไรจริงเท่ากับจริง!!อันนี้อีกแล้ว...
สุขภาพแข็งแรงทุกคนครับผม
edit @ 18 Jun 2008 14:19:39 by เซคิกุจิ_ซาแมนต้า
อภินันทนาการ Hot Post จาก รมต.กระทรวงแว่นตาแห่งสยามประเทศ