2009/Nov/20

คุณสามารถอ่าน fiction ความจริงในความฝัน-สิ่งที่อยู่ต่อจากความเป็นจริง (1) ได้ที่นี่ 

คุณสามารถอ่าน fiction ความจริงในความฝัน-สิ่งที่อยู่ต่อจากความเป็นจริง (2) ได้ที่นี่

คุณสามารถอ่าน fiction ความจริงในความฝัน-สิ่งที่อยู่ต่อจากความเป็นจริง (3) ได้ที่นี่

คุณสามารถอ่าน fiction ความจริงในความฝัน-ดำเนินต่อไปหลังความฝันจบลง 1.1 ได้ที่นี่

คุณสามารถอ่าน fiction ความจริงในความฝัน-ดำเนินต่อไปหลังความฝันจบลง 1.2 ได้ที่นี่

คุณสามารถอ่าน fiction ความจริงในความฝัน-หากฉันกล่าวคำขอโทษตอนนี้ 1.1 ได้ที่นี่

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

ตึง!!

.

.

.

.

.

.

.

ฉันสะดุ้งอีกครั้งด้วยเสียงเดิม อยากรู้จริงๆว่ามันคือเสียงอะไรกันแน่ แต่ที่รู้ๆมันดังเข้ามาใกล้ๆบริเวณที่ฉันอยู่ทุกที มันคงไม่ปลอดภัยแน่ถ้าเสียงนั้นมาถึงตัวฉันได้ ฉันพยายามดึงมือออกจากเชือกที่มัดฉันอยู่แต่ก็ไม่เป็นผล สิ่งที่มัดฉันอยู่คงไม่ใช่เชือกธรรมดาแต่คงเป็นอะไรสักอย่างที่ไม่สามารถแกะออกได้ คงต้องหาทางตัดออกอย่างเดียว

.

.

.

.

.

แก๊กๆ!!

.

.

.

.

เสียงดังเหมือนไขกุญแจมาจากทางข้างหน้าฉัน เสียงเปิดประตูดังขึ้น ทำให้รู้ว่าฉันอยู่ภายในห้องอะไรสักห้องนึงเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ๆบริเวณที่ฉันอยู่ สวิตไฟถูกเปิดมีแสงลอดเข้ามาที่ตาฉันเพียงเล็กน้อย....นี่ฉันถูกปิดตาอยู่เรอะเนี่ย เพราะอยู่ในความมืดตลอดเวลากับสติที่เลอะเลือนทำให้ฉันไม่รู้ว่าถูกปิดตาอยู่

.
.

ตึง!!
.
.

เสียงดังนั้นดังอยู่ตรงหน้าฉันจนได้ ตัวฉันสั่นเพราะกลัวสิ่งที่มองไม่เห็นและไม่รู้ถึงสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ส่งเสียงก็ไม่ได้ ถูกปิดผนึกการเคลื่อนไหวไว้อย่างสมบูรณ์ นี่คงเป็นความรู้สึกตอนที่ตาโยวินมอเตอร์ไซด์ล้มลงหมดสติโดยที่ไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากใครได้ น้ำตาฉันไหลอาบแก้ม เสียงสะอึกสะอื้นดังออกไปเพียงเล็กน้อยหวังเพียงเพื่อให้บุคคลที่อยู่ตรงหน้าฉันบังเกิดความเมตตาต่อฉันและล้มเลิกความคิดที่จะทำร้ายฉัน

.
.
“ฉันจะให้โอกาสเธอพูดเป็นครั้งสุดท้ายในฐานะเพื่อน”
เสียงเด็กผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกับฉันดังขึ้นมาในความมืด

..
..

..
ในฐานะเพื่อนเรอะ.......นี่คนที่จับตัวฉันมาคือเพื่อนของฉันเองงั้นหรอกเรอะ ทำไมเพื่อนของฉันต้องจับฉันมัดไว้แบบนี้ด้วยล่ะ หรือว่านี่คือการแกล้งกันเล่นของเพื่อนๆ โธ่เอ้ย....เล่นเอาตกใจหมด ที่แท้ก็แกล้งกันนี่เอง

.
.
“นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่เธอจะได้พูดแล้วนะ” เธอพูดไปพร้อมๆแกะผ้าปิดปากของฉันออกช้าๆ

“นี่..มันเรื่องอะไรกันน่ะ!! ฉันถามทันทีเมื่อผ้าหลุดออกจากปาก

“เธอนี่มีความสุขจริงน้า...ไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับเขาบ้างเลย” เธอพูดสวนกลับมา

“พูดอะไรของเธอน่ะ...ฉันถามว่านี่มันเรื่องอะไรกันไม่ได้ยินเรอะ” ฉันหงุดหงิดที่เธอมัวแต่เล่นลิ้น อย่าให้รู้นะว่าใครเล่นแบบนี้ แม่จะเอาคืนให้เป็นสิบเท่าเลยทีเดียว

“เอาละๆ....สรุปแล้วไม่มีอะไรจะพูดแล้วนะ” เธอกล่าว

เธอนั้นแหละตอบมาก่อนว่าทำไมเล่นบ้าๆแบบนี้...ฉันไม่ตลกเลยนะ.......”

.

.

.

.
.

ผั๊วะ!!!!

.

.
.
ของแข็งคล้ายก้อนเหล็กสักอย่างกระทบอย่างแรงเข้าที่ศีรษะของฉัน ความเจ็บปวดที่สุดแสนจะบรรยายถาโถมเข้ามาที่บริเวณศีรษะซ้ายของฉัน และค่อยๆไล่เรียงลงไปจนถึงบริเวณปลายเท้า ตัวฉันล้มลงกองกับพื้น ความรู้สึกที่เหมือนกับมีอะไรลื่นๆอุ่นๆไหลผ่านแก้มฉันไป กลิ่นคาวฟุ้งเตะจมูกของฉันมันคือกลิ่นของเลือดที่ไหลออกมาจากศีรษะของฉันเอง ฉันพยายามลุกขึ้นนั่งแต่ไม่เป็นผล ร่างกายไม่รับคำสั่งฉันเลย

“เอาละ...มีอะไรจะพูดรึยัง” เธอกล่าวถามฉันอีกครั้ง

“....ท....เธอ.....ทำ....ทำไม” ฉันเค้นคำพูดออกมาเพื่อถามเธอ

มือของเธอพยุงตัวฉันขึ้นเพื่อนำฉันไปนั่งพิงกำแพง ภายในหัวของฉันเหมือนกับมีอะไรสักอย่างกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ตลอดเวลา สติของฉันเหมือนกับจะขาดหายได้ทุกเมื่อ

.
.
ผั๊วะ
!!!!!!

.
.
เธอฝาดของแข็งนั้นลงมาที่หัวของฉันอีกครั้ง คราวนี้เข้าจังๆที่ศีรษะของฉันอย่างเต็มรัก ตัวฉันปลิวล้มลงไร้แรงต่อต้านใดๆ ร่างกายชาจนไม่รู้สึกอะไร ขยับตัวไปไหนไม่ได้ เลือดกับน้ำตาไหลปนกันเข้าไปในปากฉัน น่าแปลกที่ฉันยังรับรู้ถึงรสชาติและกลิ่นของมันอยู่ แต่ฉันคงไม่สามารถจะบรรยายมันได้อีกต่อไปแล้วเพราะสติของฉันกำลังจะขาดลอยไป

“ครั้งสุดท้ายแล้วนะ...มีอะไรจะพูดอีกไหม” เธอย้ำถามคำเดิมซ้ำ

“...ข.....ขอ....ขอโทษ...ขอ....โทษ....” ฉันกล่าวคำขอโทษก่อนที่สติจะขาดหายไป ขอโทษทั้งๆที่ไม่รู้ว่าตนเองทำความผิดอันใด หรือนั้นอาจคำขอโทษต่อตาโยที่ฉันเคยสาปแช่งหรือสิ่งที่ฉันเจอคือคำสาปแช่งของแกที่สาปฉันคืนด้วยความแค้นกันนะ แต่ช่างมันเถอะฉันไม่อยากคิดอะไรอีกต่อไปแล้ว ฉันอยากนอนพัก...

“เฮ้อ...ฉันจะบอกไรให้อย่างนะ เธอไม่ได้ทำความผิดอะไรหรอก แต่ฉันจำเป็นต้องทำแบบนี้จริงๆ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะเห็นอกเห็นใจฉันพร้อมๆกับจะสื่อว่าสิ่งที่ทำนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย

เธอเปิดผ้าปิดตาของฉันออกและยกตัวฉันขึ้นพิงกำแพงอีกครั้ง สายตาของฉันพยายามจ้องไปที่ใบหน้าเธอแต่ฉันไม่สามารถจับโฟกัสได้เลย ภาพที่เห็นมัวไปหมดหัวเหมือนกับหมุนอยู่ตลอดเวลา ฉันพยายามส่งเสียงอีกครั้งแต่กลับไม่มีคำพูดหลุดออกมาจากหลอดลมของฉันเลย มีแต่เสียงครางสะอื้นด้วยความเจ็บปวดเท่านั้นที่หลุดออกมา

“ใช้อะไรไรดีน่า...” เสียงของเธอดังแทรกขึ้นมา เหมือนเธอกำลังคุ้ยหาอะไรสักอย่างในหีบใบใหญ่ ข้างกายเธอดูเหมือนจะเป็นค้อนใหญ่ที่ใช้สำหรับทุกกำแพงในงานก่อสร้าง สิ่งนี้คงเป็นสิ่งที่เธอใช้ทุบศีรษะฉันเมื่อครู่สินะ

“รู้ไหมฉันยกหีบเครื่องมือก่อสร้างมาจากหลังบ้านเพื่อมาให้เธอเลือกเชียว