2010/May/17

 คุณสามารถอ่าน fiction ความจริงในความฝัน-สิ่งที่อยู่ต่อจากความเป็นจริง(1) ได้ที่นี่

คุณสามารถอ่าน fiction ความจริงในความฝัน-สิ่งที่อยู่ต่อจากความเป็นจริง(2) ได้ที่นี่

คุณสามารถอ่าน fiction ความจริงในความฝัน-สิ่งที่อยู่ต่อจากความเป็นจริง(3) ได้ที่นี่

คุณสามารถอ่าน fiction ความจริงในความฝัน-ดำเนินต่อไปหลังความฝันจบลง 1.1 ได้ที่นี่

คุณสามารถอ่าน fiction ความจริงในความฝัน-ดำเนินต่อไปหลังความฝันจบลง 1.2 ได้ที่นี่

คุณสามารถอ่าน fiction ความจริงในความฝัน-หากฉันกล่าวคำขอโทษตอนนี้ 1.1 ได้ที่นี่

คุณสามารถอ่าน fiction ความจริงในความฝัน-หากฉันกล่าวคำขอโทษตอนนี้ 1.2 ได้ที่นี่

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ฉันจ้องมองตัวเองที่อยู่ในกระจกเงา ใบหน้าที่ซูบผอมนั้นคือตัวฉันอย่างนั้นหรือ ใบหน้าของฉันที่เคยเป็นที่ชื่นชอบของคนๆนั้นบัดนี้ไม่เหลือเค้าโครงความงดงามอยู่เลย ฉันไม่อยากจ้องมองใบหน้าของตัวเองที่เป็นแบบนั้นแต่ก็ไม่สามารถเบื้อนหน้าหนีไปจากกระจกเงาไปนั้นได้ ความหวาดกลัวเข้าจู่โจมหัวใจอีกครั้งนึง

"ทำไมไม่กล้าจ้องล่ะ...นี่หน้าของเธอนะ" เสียงที่น่าสยอดสยองดังขึ้น "ยังไงซะนี่ก็เป็นหน้าของเธอ เธอหนีใบหน้าของตัวเองไม่ได้หรอก"

ฉันนิ่งเงียบไม่ตอบหรือโต้เถียง สิ่งที่เกิดขึ้นฉันย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าคืออะไรหากนี้คือบทลงโทษแล้วละก็ฉันมองว่ามันออกจะโหดร้ายไปเสียหน่อยสำหรับความผิดที่ฉันก่อไว้ แต่หากให้มองในมุมกลับกันสิ่งที่ฉันแย่งชิงมาก็ยากเกินกว่าจะหาสิ่งใดมาทดแทนได้ ฉันยินดีจะชดเชยให้กับการกระทำนั้นแต่ไม่ใช่ที่ฉันเป็นอยู่แบบนี้

"ก็เพราะเธอไม่อยากให้มันเป็น มันก็เลยเป็นบทลงโทษที่เหมาะกับเธอที่สุดไง" เสียงนั้นพูดขึ้นมาอีกครั้งราวกับว่าอ่านใจฉันออก "ถ้าเธออยากพบพวกเขาอีก ฉันสามารถทำให้พวกเขาปรากฎตัวต่อหน้าเธอได้นะ" คำหลอกล่อที่ฉันได้ยินจนชาชินที่เสียงปิศาจมักหลอกล่อให้ฉันติดกับของมันเสมอ "เอ้า!...เงยหน้าขึ้นมาสิ" ฉันเงยหน้าขึ้นโดยมิอาจต่อต้านหรือปฎิเสธคำเชิญชวนนั้นได้แม้จะรู้อยู่แก่ใจแล้วว่าตัวเองจะพบเจอกับสิ่งใด

เบื้องหน้าของฉันคือกระจกเงาใบเดิมที่ฉายภาพสะท้อนของฉันอยู่แต่เป็นฉันในอตีตที่มีความสวยงามกว่าตอนนี้มากนัก เบื้องหลังของฉันมีบุคคลสองคนที่เป็นที่รักยิ่งของฉันอยู่...

"นั้นไงพวกเขาอยู่ข้างหลังเธอแล้ว ไม่คุยกับพวกเขาล่ะ" เสียงของผีร้ายตนเดิมดังขึ้นมาอีกครั้ง มันดังมาจากทางข้างหน้าฉัน ทุกครั้งที่เสียงนี้ดังขึ้นปากของฉันในกระจกจะขยับตามเสียงนั่นราวกับว่าฉันเป็นต้นตอของเสียงนั้นเสียเอง

ไม่ทันไรร่างของคนที่ฉันรักทั้งสองคนก็หายไป ใบหน้ายามอ่อนวัยของฉันกลับมาซุูบผอมเหมือนเดิม...ใบหน้านั้นค่อยๆแสยะยิ้มขึ้นมาอย่างน่ารังเกียจหัวเราะร่าด้วยความสะใจที่เห็นฉันเป็นทุกข์ จากนั้นดวงตาของฉันในกระจกก็เบิกโตขี้น เสียงหัวเราะหายไปเหลือแต่เพียงความเงียบสงัดภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆห้องนี้เท่านั้น

"เธอไม่มีทางกลับไปเหมือนเดิมได้หรอก เพราะว่าสิ่งที่เธอทำจะไม่ได้รับการอภัยไม่ว่าจะขอโทษสักกี่พันครั้ง" เสียงผีร้ายเปลี่ยนมาอยู่ที่ข้างหูฉัน "ทำไมไม่ยกร่างนี้ให้ฉันล่ะ แล้วเธอก็จะได้เป็นอิสระ ไม่ต้องถูกหลอกหลอนโดยความกลัวเหมือนตอนนี้" คำโป้ปดมดเท็จของมันมาเป็นประจำแต่หากฉันยกร่างให้กับเจ้าปีศาจร้ายตนนี้ มันจะสร้างความเดือดร้อนเสียหายให้กับคนรอบข้างฉันอีก ฉันไม่ยอมให้มีเรื่องแบบนั้นแน่

"เธอไม่ยอม..........แต่อีกไม่นานหรอก วันนี้แหละที่เธอจะพ่ายแพ้และร่างของเธอก็จะกลายเป็นของฉัน ฮึๆๆๆๆๆๆๆ...."

เสียงหัวเราะน่ารังเกียจดังขึ้นมาชั่วครู่แล้วก็เงียบหายไป วินาทีนั้นฉันตัดสินใจได้แล้วว่าตัวเองจะต้องทำบางอย่างเพื่อยุติเรื่องแย่ๆเหล่านี้ลงด้วยมือของฉันเอง และฉันจะต้องเริ่มเดี่ยวนี้ด้วย!!!..........

.

.

.

.

.

.

.

ไอ้เหตุการณ์ชวนสิ้นหวังแบบนี้นอกจากผมแล้วมีใครเป็นบ้างครับ
คงไม่สินะก็ผมมันไอ้คนน่าสมเพชนี่...
.
.
อาห์....แม้จะมองผ่านกระจกหรือรูปถ่าย
ความงามของเธอก็มิได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย
วันที่19 มิถุนาคือวันที่ผมจะได้พบกับคุณมาริจัง(ถ้าม๊อบกลับบ้านแล้วนะ)

สุขภาพแข็งแรงครับผม

Comment

Comment:

Tweet


คนแรกหรือนี่ sad smile
#1 by TMASTER (183.89.113.236) At 2010-05-17 11:15,